DT Motorsport ขอโทษน้องพายุ รับคำตัดสิน รยสท.

DT Motorsport ขอโทษน้องพายุ และครอบครัว พร้อมน้อมรับคำตัดสินของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ รยสท. หลังเกิดประเด็นการตรวจสอบรถโกคาร์ตในการแข่งขันรุ่น Cadet B ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง

DT Motorsport ขอโทษน้องพายุ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในการแข่งขันรถโกคาร์ต TrueVisions Championship 2026 และรายการ Super Kart Thailand Championship 2026 รุ่น Cadet B โดยน้องพายุสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้าอันดับที่ 1 ในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันถูกยื่นประท้วงเพื่อขอตรวจสอบเครื่องยนต์ว่าเป็นไปตามกติกาที่กำหนดไว้หรือไม่

ภายหลัง ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ รยสท. ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า รถโกคาร์ตของน้องพายุใช้เครื่องยนต์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎการแข่งขัน โดยกติกาของรุ่น Cadet B กำหนดให้รถทุกคันใช้เครื่องยนต์ตามมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การแข่งขันมีความเท่าเทียมและสะท้อนความสามารถของนักแข่งอย่างแท้จริง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพจของทีม DT Motorsport ได้เผยแพร่ข้อความชี้แจงต่อสาธารณะ โดยระบุว่าทีมน้อมรับคำตัดสินของ รยสท. โดยไม่มีข้อโต้แย้ง พร้อมขอโทษทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และยอมรับว่าความผิดพลาดเกิดจากการตีความเอกสารมาตรฐานของเครื่องยนต์ไม่ตรงตามเจตนาของโรงงาน IAME

DT Motorsport ขอโทษน้องพายุ ยืนยันไม่มีเจตนาเอาเปรียบ

ทีมงานยืนยันว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของทีมทั้งหมด ไม่ใช่ความผิดของน้องพายุ เพราะนักแข่งทำหน้าที่ขับรถตามที่ทีมงานจัดเตรียมให้เท่านั้น น้องพายุยังเป็นนักกีฬารุ่นเยาว์ที่ตั้งใจฝึกซ้อมและลงแข่งขันตามคำแนะนำของทีม การตัดสินใจด้านเทคนิค การตรวจสอบเครื่องยนต์ และการตีความข้อกำหนดต่าง ๆ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่และทีมช่างที่เกี่ยวข้อง

DT Motorsport ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อความบางส่วนในเอกสาร Homologation Form ของโรงงานอาจทำให้เกิดความสับสน โดยผู้จัดการแข่งขันและทีมตรวจสภาพจากโรงงาน IAME ต่างมีความเข้าใจในทิศทางเดียวกับทีมในช่วงเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ ทีมจึงยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง หรือพยายามหลีกเลี่ยงกติกาเพื่อผลการแข่งขันแต่อย่างใด

แม้ทีมจะยืนยันว่าไม่มีเจตนาโกงหรือเอาเปรียบ แต่ทีมก็ยอมรับว่าการแข่งขันระดับอาชีพจำเป็นต้องยึดกฎกติกาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแข่งขันรถโกคาร์ตที่รายละเอียดของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนมีผลต่อสมรรถนะของรถ การตรวจสอบเอกสารและอุปกรณ์ทุกขั้นตอนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

แนวทางของทีมหลังเกิดเหตุการณ์

หลังจากนี้ DT Motorsport วางแนวทางการทำงานใหม่ โดยจะเพิ่มความระมัดระวังในการอ่านและตีความกฎการแข่งขันมากขึ้น ทีมจะสอบถามผู้จัดการแข่งขัน ผู้ควบคุมกติกา และโรงงานผู้ผลิตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพื่อให้มีหลักฐานยืนยันและลดโอกาสเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

แนวทางดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทีมแข่งและนักกีฬาทุกระดับ เพราะกติกาของการแข่งขันอาจมีรายละเอียดเฉพาะทางที่ต้องอาศัยความเข้าใจจากหลายฝ่าย การสื่อสารด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเป็นประเด็นที่มีผลต่อสิทธิ์ในการแข่งขันหรือผลการแข่งขัน การยืนยันข้อมูลเป็นเอกสารจึงช่วยสร้างความชัดเจนและความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย

ทีมยังกล่าวขอโทษครอบครัวของน้องพายุที่ต้องเผชิญกับความกังวลและแรงกดดันจากเหตุการณ์นี้ รวมถึงขอโทษนักแข่งคนอื่น ๆ และครอบครัวที่เข้าร่วมการแข่งขันรุ่น Cadet B ตลอดจนผู้ติดตามที่ให้กำลังใจน้องพายุ แต่ต้องพบกับความผิดหวังและความสับสน

นอกจากนี้ ทีมงานยังขอโทษ รยสท. ผู้จัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมแสดงความยินดีกับนักแข่งทุกคนที่ทำผลงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ขึ้นโพเดียม ผู้คว้าแชมป์ประจำปี หรือผู้เข้าร่วมการแข่งขันและสามารถเอาชนะความกดดันของตัวเองได้

บทเรียนจากกรณีตรวจสอบรถโกคาร์ต

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตไม่ได้วัดกันเฉพาะความเร็วของนักแข่งเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเตรียมรถ การดูแลเครื่องยนต์ การตรวจสอบเอกสาร และการปฏิบัติตามกฎอย่างละเอียด ทุกทีมมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนนำรถลงสนาม และควรทำงานร่วมกับผู้จัดการแข่งขันอย่างใกล้ชิด

สำหรับนักแข่งรุ่นเยาว์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรแยกออกจากตัวนักกีฬาอย่างชัดเจน เพราะเด็กทำหน้าที่ในสนามตามศักยภาพและคำแนะนำที่ได้รับจากทีม การรับผิดชอบของผู้ใหญ่จึงควรเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้แรงกดดันตกอยู่กับนักแข่งที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเส้นทางกีฬา

การที่ทีมออกมาขอโทษและยอมรับคำตัดสินของ รยสท. ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อวงการกีฬา ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายควรนำกรณีนี้ไปพัฒนากระบวนการตรวจสอบและการสื่อสารกติกาให้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเอกสารภาษาไทย การเปิดช่องทางสอบถามอย่างเป็นทางการ หรือการประกาศรายละเอียดทางเทคนิคให้ทีมต่าง ๆ รับทราบตรงกันก่อนการแข่งขัน

โดยสรุป DT Motorsport ขอโทษน้องพายุ ครอบครัว ทีมคู่แข่ง ผู้จัดการแข่งขัน และแฟนกีฬา พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แม้ผลการตรวจสอบจะนำไปสู่คำตัดสินที่กระทบต่อผลการแข่งขัน แต่การยอมรับข้อผิดพลาดและปรับปรุงการทำงานถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทีม

มุมมองที่น่าสนใจจากเรื่องนี้คือ ความโปร่งใสและความรับผิดชอบมีความสำคัญไม่แพ้ชัยชนะในสนาม ทุกทีมสามารถผิดพลาดได้ แต่การกล้ายอมรับ เรียนรู้ และวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ จะช่วยให้การแข่งขันโกคาร์ตเติบโตอย่างเป็นธรรม และทำให้นักแข่งรุ่นใหม่มีพื้นที่พัฒนาความสามารถอย่างมั่นใจมากขึ้น

ที่มา – DT Motorsport ขอโทษความผิดพลาด ขอโทษครอบครัวน้องพายุ น้อมรับคำตัดสินของ รยสท.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *