จับได้แล้ว จระเข้ยาวกว่า 2 เมตร ในคันนา

จับได้แล้ว จระเข้ยาวกว่า 2 เมตร หลังชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พบจระเข้ขนาดใหญ่นอนซุกอยู่บริเวณกอต้นกล้วยด้านหลังบริษัท ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่ทราบข่าวและเดินทางมาสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าตรวจสอบและวางแผนจับอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับชาวบ้านหรือผู้ที่เข้าใกล้จุดเกิดเหตุ

รายงานเบื้องต้นระบุว่า จระเข้ตัวดังกล่าวมีลำตัวสีดำ ความยาวประมาณ 2 เมตร นอนอยู่ใกล้กอต้นกล้วยในพื้นที่ทุ่งนา โดยชาวบ้านพบว่ามันอ้าปากและหุบปากเป็นระยะ แม้จะยังไม่แสดงพฤติกรรมไล่ทำร้ายคน แต่ขนาดตัวและตำแหน่งที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชนทำให้ทุกฝ่ายต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่จึงประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ และไม่ควรส่งเสียงดังหรือพยายามจับด้วยตัวเอง

จับได้แล้ว จระเข้ยาวกว่า 2 เมตร หลังซ่อนตัวในคันนา

ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมประมงจังหวัดปทุมธานีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู และอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับภารกิจค้นหาและควบคุมจระเข้ การทำงานครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งนาและมีแหล่งน้ำหลายจุด ซึ่งอาจทำให้จระเข้เคลื่อนที่หลบหนีได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลาประมาณ 19:50 น. วันที่ 28 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำเรือท้องแบนและโฟมลงพื้นที่บริเวณหนองน้ำกลางทุ่งนา เพื่อติดตามร่องรอยและตรวจสอบจุดที่คาดว่าจระเข้จะใช้หลบซ่อน กระทั่งพบตัวจระเข้ซุกอยู่บริเวณคันนา โดยมีเพียงส่วนหัวโผล่ขึ้นมาให้เห็น เจ้าหน้าที่จึงค่อย ๆ ปิดล้อมพื้นที่และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้จระเข้ตกใจหรือเคลื่อนตัวลงน้ำ

จับได้แล้ว จระเข้ยาวกว่า 2 เมตร ด้วยแหของเจ้าหน้าที่

หลังจากวางกำลังโดยรอบ เจ้าหน้าที่ใช้แหเหวี่ยงคลุมตัวจระเข้ ก่อนช่วยกันควบคุมและนำขึ้นจากบริเวณคันนาได้สำเร็จ การปฏิบัติการเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์ที่มีกำลังมาก สามารถดิ้นหรือสะบัดตัวได้รุนแรง แม้จะอยู่ในพื้นที่จำกัดก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความชำนาญและทำงานเป็นทีม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง

การจับจระเข้ครั้งนี้สร้างความโล่งใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้หลายคนกังวลว่าเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องเดินผ่านบริเวณทุ่งนาอาจเผชิญอันตรายโดยไม่ทันระวัง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ทัศนวิสัยไม่ดี และจระเข้อาจเคลื่อนที่ไปตามคูน้ำหรือหนองน้ำใกล้เคียงได้ การพบตัวและนำออกจากพื้นที่จึงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจระเข้ตัวดังกล่าวมาจากแหล่งใด และมีผู้ครอบครองหรือไม่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจต้องตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสอบถามประชาชนและผู้ประกอบการใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของจระเข้ หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่หลุดออกมา ผู้ครอบครองควรแสดงความรับผิดชอบและแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมได้

ข้อควรรู้สำหรับประชาชน หากพบจระเข้หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ไม่ควรเข้าไปถ่ายภาพใกล้ ๆ ไม่ควรใช้ไม้ไล่ตี และไม่ควรพยายามจับด้วยอุปกรณ์ที่ไม่มีความปลอดภัย ควรถอยออกจากพื้นที่อย่างช้า ๆ แจ้งผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานปกครอง กรมประมง หรือหน่วยกู้ภัยในท้องถิ่นทันที พร้อมระบุจุดพบเห็นให้ชัดเจน การรักษาระยะห่างและรอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า เมื่อพบสัตว์อันตรายในพื้นที่ชุมชน การแจ้งเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วและการร่วมมือกันของคนในพื้นที่มีความสำคัญมาก ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงบริเวณคันนา หนองน้ำ หรือจุดที่พบจระเข้จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

หากพบสัตว์อันตรายลักษณะใกล้เคียงกัน ควรเก็บข้อมูลจากระยะปลอดภัยและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะการช่วยกันเฝ้าระวังจะลดความเสี่ยงและช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

ที่มา – จับได้แล้ว จระเข้ยาวกว่า 2 เมตร จนท.เจอซุกอยู่ในคันนา โผล่มาแต่หัว จนท.ใช้แหเหวี่ยงก่อนจับกุม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *