ไทยพีบีเอสแถลงโต้ สตง. ย้ำอิสระ งบเท่าเดิม

ไทยพีบีเอสแถลงโต้ สตง. ย้ำอิสระ งบเท่าเดิม หลังผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS ออกมาแถลงข่าวชี้แจงกรณีการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. โดยย้ำว่าการตรวจสอบหน่วยงานสาธารณะควรดำเนินไปอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบได้ชี้แจงอย่างรอบด้านก่อนสรุปผล

การแถลงข่าวครั้งนี้มีนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ร่วมให้ข้อมูล โดยประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องงบประมาณหรือการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงบทบาทของสื่อสาธารณะ การปรับตัวในยุคดิจิทัล และความจำเป็นในการทำงานเพื่อประชาชนในกลุ่มที่สื่อเชิงพาณิชย์อาจเข้าไม่ถึง

ไทยพีบีเอสแถลงโต้ สตง. ย้ำอิสระ งบเท่าเดิม

นายพิเศษระบุว่า กระบวนการตรวจสอบควรยึดหลักความเป็นอิสระ หรือ Independence อย่างเคร่งครัด หมายถึงการปราศจากการแทรกแซงทุกรูปแบบ ทั้งด้านการดำเนินงาน การใช้เงินทุน และวิธีการทำงานอื่นๆ ขณะเดียวกันหน่วยงานตรวจสอบต้องให้ความเป็นธรรม เปิดรับข้อมูลจากทุกฝ่าย และเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่ถูกตรวจสอบสามารถโต้แย้งหรืออธิบายข้อเท็จจริงได้อย่างเต็มที่

Thai PBS ยังขอให้การตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับทุกหน่วยงาน เพราะมาตรฐานที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ตรวจสอบและผู้รับการตรวจสอบ นอกจากนี้ ข้อมูลหรือข้อสังเกตจากการตรวจสอบก็ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง หากกระบวนการยังไม่เสร็จสมบูรณ์

ไทยพีบีเอสแถลงโต้ สตง. พร้อมชี้แจงทุกประเด็น

สำหรับชุดตรวจสอบชุดที่ 1 ผู้บริหาร Thai PBS ระบุว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเข้าตรวจสอบ การซักถามข้อมูล ไปจนถึงการประชุมสรุปปิดตรวจ หรือ Exit Conference ซึ่งเปิดโอกาสให้ ส.ส.ท. นำเสนอข้อมูล ชี้แจงข้อสงสัย และอธิบายความเสี่ยงที่พบก่อนมีการสรุปผล

อย่างไรก็ตาม Thai PBS ตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบของชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ไม่ได้มีการประชุมสรุปปิดตรวจ หรือไม่ได้เปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเพียงพอก่อนสรุปผล ผู้บริหารจึงเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันได้

ภารกิจเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่งบประมาณยังเท่าเดิม

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือการเติบโตของภารกิจและงบประมาณ นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นเมื่อปี 2551 Thai PBS มีภารกิจหลักเป็นสถานีโทรทัศน์เพียงช่องเดียว แต่ปัจจุบันบทบาทขององค์กรเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งการผลิตข่าว การให้ความรู้ การทำสื่อออนไลน์ และการสร้างเนื้อหาสำหรับประชาชนกลุ่มต่างๆ

แม้ภารกิจจะขยายตัว แต่งบประมาณยังอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท และ Thai PBS ยืนยันว่าไม่เคยขอเพิ่มงบประมาณ หากคำนวณตามมูลค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป งบประมาณดังกล่าวอาจมีมูลค่าจริงเหลือประมาณ 1,500 ล้านบาทด้วยซ้ำ ประเด็นนี้สะท้อนความท้าทายของสื่อสาธารณะที่ต้องทำงานให้ครอบคลุมมากขึ้น ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด

  • ผลิตข่าวและรายการสาระที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
  • พัฒนาสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมยุคใหม่
  • สร้างเนื้อหาสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีข้อจำกัดด้านการได้ยิน
  • ตรวจสอบข่าวปลอมและเผยแพร่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือผ่าน Thai PBS Verify
  • จัดกิจกรรมอบรมและส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อในพื้นที่ต่างๆ

จากจำนวนบุคลากรประมาณ 1,200-1,300 คน มีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งที่ทำงานด้านข่าวโดยตรง ส่วนที่เหลือรับผิดชอบภารกิจอื่น เช่น การผลิตรายการเพื่อสังคม งานดิจิทัล งานวิจัย งานพัฒนาเนื้อหา และการสนับสนุนกลุ่มผู้ชมเฉพาะด้าน ดังนั้น การประเมินองค์กรจากภาพจำว่าเป็นเพียงสถานีข่าวจึงอาจไม่สะท้อนขอบเขตการทำงานที่แท้จริง

เหตุผลที่ต้องจ้างผู้ผลิตรายการภายนอก

กรณีการจ้างผู้ผลิตอิสระหรือผู้ผลิตรายการภายนอก Thai PBS ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินงานตามกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตรายใหม่ได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงาน การทำงานร่วมกับผู้ผลิตภายนอกยังช่วยให้องค์กรมีเนื้อหาที่หลากหลาย รวมถึงช่วยพัฒนาระบบนิเวศของวงการสื่อไทย

เนื้อหาบางประเภทอาจไม่สามารถผลิตได้ด้วยบุคลากรภายในทั้งหมด การเปิดรับความร่วมมือจากภายนอกจึงช่วยเติมมุมมองใหม่ เพิ่มความคล่องตัว และทำให้ผู้ชมได้รับรายการที่ตอบโจทย์ความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ การจ้างงานควรอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้ มีการแข่งขันอย่างเหมาะสม และสามารถอธิบายเหตุผลต่อสาธารณะได้

ปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ชมในยุคออนไลน์

Thai PBS ยังกล่าวถึงการปรับตัวของตัวชี้วัด โดยยกตัวอย่างพฤติกรรมการรับสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันผู้ชมจำนวนมากไม่ได้รับข่าวสารผ่านโทรทัศน์เพียงช่องทางเดียว แต่ยังติดตามข่าวผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้น หากยังใช้ยอดผู้ชมโทรทัศน์เป็นตัวชี้วัดหลักเพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่สะท้อนการเข้าถึงประชาชนที่แท้จริง

องค์กรจึงอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ One Thai PBS เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภายใน และเชื่อมโยงเนื้อหาหลายแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน การปรับตัวเช่นนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดหรือใช้เทคโนโลยีรูปแบบไหน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องผลรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามมาตรา 77 ซึ่งพบว่ามีผู้ร่วมโหวตจำนวนมาก และมีสัดส่วนผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายสูงกว่าผู้เห็นด้วยอย่างชัดเจน Thai PBS ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขความคิดเห็นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังเกิดการแถลงข่าวของ สตง. จึงเสนอให้มีการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ไทยพีบีเอสแถลงโต้ สตง. ย้ำอิสระ งบเท่าเดิม จึงเป็นประเด็นที่สะท้อนคำถามสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของสื่อสาธารณะ การตรวจสอบองค์กร และการใช้เงินเพื่อประโยชน์ของประชาชน การตรวจสอบที่โปร่งใสควรเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกัน Thai PBS เองก็ควรสื่อสารรายละเอียดการทำงานให้สังคมเข้าใจได้ง่ายและตรวจสอบได้ หากทุกฝ่ายยึดหลักข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความเป็นอิสระร่วมกัน ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสื่อสาธารณะในระยะยาว

ที่มา – Thai PBS แถลงโต้ สตง. ย้ำความเป็นอิสระ ต้องปราศจากการแทรกแซงทุกรูปแบบ งานเพิ่มงบเท่าเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *