เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน ร้องกองปราบ

เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน หลังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พร้อมทีมกฎหมายและหลักฐาน เพื่อร้องเรียนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ การเรียกเก็บค่าบริการ ทรัพย์สินภายในบ้าน และกรณีตู้เซฟมูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เนื่องจากมีข้อมูลและคำชี้แจงจากหลายฝ่ายที่แตกต่างกัน เบนซ์เปิดเผยว่า ตนเองต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงในมุมของครอบครัว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศตามกระแสข่าว และเดินทางไปรับแม่ภัทรออกจากศูนย์ด้วยตัวเอง โดยมีน้องสาวของแม่ร่วมเดินทางไปด้วย

เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน พร้อมหลักฐานร้องกองปราบ

นายเฉลิมฤทธิ์ หรือเบนซ์ พร้อมด้วยทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางไปยังศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยฝ่ายกฎหมายระบุว่า ศูนย์ดังกล่าวอาจมีการสื่อสารว่ามีแพทย์และพยาบาลดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจเป็นเพียงสถานดูแลผู้สูงอายุที่ไม่มีแพทย์ประจำ

ทีมกฎหมายยังระบุว่า มีผู้เสียหายจำนวนหลายรายติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลผ่านเพจของทนาย โดยในเบื้องต้นมีทั้งอดีตผู้ใช้บริการ อดีตลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ และช่างรับเหมา ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดต่อและรายละเอียดของแต่ละกรณียังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร เพื่อนำไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน กรณีภาพการดูแล

สำหรับภาพและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของแม่ภัทร เบนซ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับภาพและคลิปจากทางศูนย์ ซึ่งทำให้เข้าใจว่าแม่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการโดยหวังให้แม่มีความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีภาพบางส่วนปรากฏในสื่อ ตนยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยเห็นภาพดังกล่าวมาก่อน

เบนซ์ยืนยันว่า ตนไม่เคยนำแม่ไปขังไว้ในกรงตามที่มีการกล่าวหา และไม่เคยทราบว่ามีสถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าตัวเองก็อาจเป็นผู้เสียหายจากการได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนเช่นเดียวกัน ประเด็นนี้จึงควรตรวจสอบจากหลักฐานทั้งหมด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด เอกสารการรับส่งผู้ป่วย บันทึกการรักษา และคำให้การของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์

ประเด็นตู้เซฟและทรัพย์สินมูลค่า 9 ล้านบาท

อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกจับตามองคือกรณีตู้เซฟและทรัพย์สินของแม่ภัทร ซึ่งมีการระบุว่าทรัพย์สินอาจสูญหายหรือมีมูลค่ารวมเกือบ 9 ล้านบาท เบนซ์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ออกไปแม้แต่บาทเดียวหรือแม้แต่ชิ้นเดียว พร้อมบอกว่าการย้ายตู้เซฟเกิดขึ้นเนื่องจากน้องสาวของแม่ต้องการปล่อยบ้านให้เช่า จึงขอให้ช่วยย้ายตู้เซฟไปเก็บไว้ในสถานที่อื่น

เบนซ์ยังกล่าวว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับการย้ายตู้เซฟ และจากที่เคยเปิดตู้เซฟพร้อมกับน้องสาว มูลค่าทรัพย์สินที่พบไม่ตรงกับตัวเลขที่ถูกกล่าวถึงในกระแสข่าว นอกจากนี้ยังไม่ได้มีทองคำแท่งจำนวนมากตามที่บางฝ่ายอ้าง แต่พบเพียงทองรับขวัญหลานเท่านั้น รายละเอียดทั้งหมดจำเป็นต้องตรวจสอบจากบัญชีทรัพย์สิน ใบซื้อขาย ภาพถ่าย และพยานบุคคล เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

  • ประเด็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ: ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตและบุคลากรทางการแพทย์ตามที่ประชาสัมพันธ์หรือไม่
  • ประเด็นการดูแลแม่ภัทร: ตรวจสอบภาพ คลิป บันทึกการดูแล และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง
  • ประเด็นทรัพย์สิน: เปรียบเทียบรายการทรัพย์สิน เอกสารการครอบครอง และหลักฐานการย้ายตู้เซฟ
  • ประเด็นผู้เสียหายรายอื่น: รวบรวมข้อมูลจากอดีตลูกจ้าง ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ และครอบครัวผู้ใช้บริการ

เบนซ์ชี้กระแสข่าวกระทบสภาพจิตใจ

เบนซ์เปิดเผยว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก จนเกิดอาการแพนิกและต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและรับประทานยาประคองอาการ สาเหตุที่เพิ่งออกมาชี้แจงในช่วงนี้ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานราชการ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบด้านก่อนนำเสนอแก่สังคม

เขายังกล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสพูดคุยกับแม่เกี่ยวกับแนวทางการไกล่เกลี่ย และอยากให้เรื่องต่าง ๆ กลับไปพูดคุยกันภายในครอบครัวมากกว่าการนำเสนอผ่านสื่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อกล่าวหาหลายประเด็นและมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ด้านทนายความระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายอีกหลายกลุ่มติดต่อเข้ามาให้ข้อมูล โดยบางรายอ้างว่าเคยถูกใช้วิธีการทางกฎหมายในการแจ้งความหรือฟ้องร้องในข้อหาต่าง ๆ เช่น ลักทรัพย์ หรือปิดบ้านไม่ให้เข้า ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อมูลจากผู้ร้องเรียนและต้องรอการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวน ไม่ควรสรุปว่าฝ่ายใดมีความผิดจนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีข้อยุติ

กรณีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรลงพื้นที่ไปดูสถานที่จริง ตรวจสอบใบอนุญาต สอบถามจำนวนและคุณสมบัติของบุคลากร อ่านสัญญาให้ละเอียด รวมถึงทำบัญชีทรัพย์สินของผู้สูงอายุอย่างชัดเจนก่อนส่งเข้ารับบริการ นอกจากนี้ควรติดต่อและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเก็บเอกสาร ภาพถ่าย และหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง

เรื่องนี้ยังต้องติดตามผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และคำชี้แจงของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน เป็นเพียงมุมหนึ่งของเหตุการณ์ การรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายและยึดหลักฐานเป็นสำคัญจะช่วยให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงได้มากขึ้น หากครอบครัวใดพบความผิดปกติ ควรเก็บหลักฐานและขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

ที่มา – เบนซ์ ลูก แม่ภัทร โต้หนังคนละม้วน หอบหลักฐานเอาผิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *