แต่งตั้งรอง ผบก.–สารวัตร วาระปี 69
แต่งตั้งรอง ผบก.–สารวัตร วาระปี 69 กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในแวดวงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลัง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อความด่วน กำชับทุกหน่วยให้เดินหน้ากระบวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการ หรือรอง ผบก. ลงมาถึงระดับสารวัตร หรือ สว. ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้
ตามแนวทางที่กำหนด กระบวนการแต่งตั้งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และทุกหน่วยต้องดำเนินการออกคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 โดยคำสั่งทั้งหมดจะมีผลพร้อมกันในวันที่ 7 ธันวาคม 2569 กรอบเวลานี้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลบุคลากรและจัดทำบัญชีรายชื่ออย่างรอบคอบ
แต่งตั้งรอง ผบก.–สารวัตร วาระปี 69 ยึดอาวุโสควบคู่ผลงาน
หัวใจสำคัญของการแต่งตั้งครั้งนี้ คือการใช้หลักอาวุโสควบคู่กับความรู้ ความสามารถ และผลงานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่พิจารณาจากลำดับอาวุโสเพียงอย่างเดียว ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละบุคคล รวมถึงประสบการณ์ ความรับผิดชอบ และผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นต้องมีเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน หน่วยงานต้องจัดทำข้อมูลทั้งรายชื่อผู้ที่เหมาะสมและผู้ที่ไม่เหมาะสม พร้อมรายละเอียดประกอบการพิจารณา เพื่อให้กระบวนการมีมาตรฐานเดียวกันและลดข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
แต่งตั้งรอง ผบก.–สารวัตร วาระปี 69 ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยเฉพาะประวัติการทำงาน ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ประสบการณ์ และมาตรฐานประจำตำแหน่ง หากเป็นกรณีผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีอาวุโส แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อ หน่วยงานจะต้องชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นธรรม มีข้อมูลรองรับ และสามารถตรวจสอบได้
สำหรับตำรวจสายสืบสวนและสอบสวน ผู้ที่ประสงค์จะเลื่อนตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติและระยะเวลาปฏิบัติงานตรงตามมาตรฐานที่กำหนด โดยแนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอบสวนเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง ความละเอียดรอบคอบ และประสบการณ์ในการดำเนินคดี
- ตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
- พิจารณาอาวุโสร่วมกับความรู้ ความสามารถ และผลงาน
- จัดทำเหตุผลประกอบกรณีไม่เสนอชื่อผู้ที่อยู่ในบัญชีอาวุโส
- ยึดมาตรฐานตำแหน่งและระยะเวลาปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
- ดำเนินการตามกรอบเวลาและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เน้นผลงานปราบปรามอาชญากรรมที่ตรวจสอบได้
คำสั่งยังมุ่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสับเปลี่ยนหรือหมุนเวียนตำรวจที่ปฏิบัติงานในสายสำคัญ เช่น การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ บ่อนการพนัน สถานบริการ และการปราบปรามคนต่างด้าวผิดกฎหมาย หากพบว่าปริมาณหรือคุณภาพงานลดลง หรือไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม ก็สามารถพิจารณาโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นตามความเหมาะสม
แนวทางนี้สะท้อนว่าผลงานที่นำมาใช้ประกอบการแต่งตั้งควรเป็นผลงานที่มีหลักฐานอ้างอิงและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการจับกุม การสืบสวนขยายผล การดำเนินคดี การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หรือการบริหารกำลังพลให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การประเมินผลงานควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนคดีหรือจำนวนผู้ต้องหาเท่านั้น
นอกจากการเลื่อนตำแหน่งแล้ว ยังเปิดทางให้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจระหว่างหน่วยงาน โดยต้องพิจารณาจากความสมัครใจ ความจำเป็นของทางราชการ และไม่ให้กระทบต่อการบริหารงานบุคคล การหมุนเวียนกำลังพลอาจช่วยให้แต่ละหน่วยได้รับบุคลากรที่มีประสบการณ์หลากหลาย ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องของงานและความพร้อมของผู้ปฏิบัติ
กรอบเวลาการออกคำสั่งและผลต่อประชาชน
การกำหนดให้การแต่งตั้งแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 และมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธันวาคม 2569 ช่วยให้ตำรวจทั่วประเทศมีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเตรียมตัวและส่งมอบงาน การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในหน่วยงานสำคัญอาจส่งผลต่อการวางแผนป้องกันอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัย และการให้บริการประชาชนในแต่ละพื้นที่
ในส่วนของตำแหน่งผู้กำกับการที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้างาน หากจะย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ไม่ใช่หัวหน้าสถานีหรือหัวหน้างาน สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ โดยต้องคำนึงถึงความสมัครใจหรือเหตุผลความจำเป็นของทางราชการเป็นสำคัญ การพิจารณาเช่นนี้ช่วยให้การจัดวางผู้บริหารสอดคล้องกับภารกิจและสถานการณ์ของแต่ละหน่วย
โดยภาพรวม การแต่งตั้งครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบที่มีหลักฐาน มีเหตุผล และตรวจสอบได้ ประชาชนจึงควรติดตามผลคำสั่งอย่างใกล้ชิด เพราะการจัดวางกำลังตำรวจในตำแหน่งสำคัญย่อมเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพการปราบปรามอาชญากรรมและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ข้อสังเกต: การยึดอาวุโสควบคู่กับผลงานถือเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างประสบการณ์กับประสิทธิภาพ หากทุกขั้นตอนดำเนินการตามข้อมูลจริงและเปิดให้ตรวจสอบได้ ก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบแต่งตั้งตำรวจในระยะยาว
ที่มา – ผบ.ตร.ออกคำสั่งแต่งตั้ง ‘รอง ผบก.–สารวัตร’ วาระปี 69 ยึดอาวุโสควบผลงาน ขีดเส้น 30 พ.ย.ต้องเสร็จ