เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก

เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หลังศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC แจ้งเตือนว่าหลายจังหวัดจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคใต้ และบางส่วนของภาคกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่งได้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบริหารจัดการน้ำในหลายพื้นที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงติดตามระดับน้ำในเขื่อนและแม่น้ำสายสำคัญอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่เชิงเขา ควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบเส้นทางเดินทาง และเตรียมอุปกรณ์จำเป็นหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก จังหวัดไหนต้องเฝ้าระวัง

ช่วงวันที่ 13-16 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นทางด้านตะวันตกของประเทศ ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ โดยพื้นที่ภาคกลางฝั่งตะวันตกที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ฝนอาจตกหนักในบางช่วง และทำให้เกิดน้ำสะสมในพื้นที่ได้

วันที่ 14 ตุลาคม มีแนวโน้มฝนตกหนักในจังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี และหลายพื้นที่ของภาคใต้ ประชาชนควรระวังฝนตกต่อเนื่องและน้ำไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณใกล้ภูเขา ลำห้วย และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อน ส่วนจังหวัดเพชรบุรีอาจมีน้ำหลากจากพื้นที่ท้ายเขื่อน จึงควรติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากท้องถิ่น

เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก เตรียมรับมืออย่างไร

ในช่วงวันที่ 16-18 ตุลาคม ฝนจะเคลื่อนตัวลงไปปกคลุมภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จังหวัดที่มีความเสี่ยงฝนตกหนัก ได้แก่ กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส นอกจากนี้ยังควรติดตามสถานการณ์ในนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต และสตูล เนื่องจากอาจมีฝนตกหนักบางพื้นที่เกือบตลอดช่วง

  • ตรวจสอบหลังคา รางน้ำ และทางระบายน้ำรอบบ้าน ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
  • ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินขึ้นไว้ในจุดที่สูงและปลอดภัย
  • เตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว อาหารแห้ง และน้ำดื่ม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม ทางน้ำไหลเชี่ยว และถนนที่มีดินโคลน
  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยาและการระบายน้ำ

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา มีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจากประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เช่นเดียวกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 ที่มีการลดการระบายน้ำลงเช่นกัน เมื่อฝนในพื้นที่ตอนบนลดลง ปริมาณน้ำที่ไหลไปยังพื้นที่ท้ายน้ำอย่างพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีจึงมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม การลดลงของระดับน้ำอาจต้องใช้เวลา เพราะยังมีน้ำสะสมในลำน้ำและพื้นที่รับน้ำหลายจุด ประชาชนริมแม่น้ำจึงไม่ควรประมาท ควรตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบสูบน้ำในชุมชน หากพบจุดผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขยายตัว

เร่งระบายน้ำภาคตะวันออกลงแม่น้ำบางปะกง

ภาคตะวันออกยังมีมวลน้ำไปรวมกันบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกง แต่การระบายน้ำทำได้ช้าจากอิทธิพลน้ำทะเลหนุน กรมชลประทานและกองทัพเรือจึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างวางแผนปรับปรุงโครงการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม

ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอาจมีฝนตกหนักเป็นบางช่วง โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำ ประชาชนควรวางแผนการเดินทางเผื่อเวลา หลีกเลี่ยงจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก และตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกจากบ้าน หากมีฝนตกต่อเนื่องควรระวังน้ำรอการระบายและการขับรถผ่านพื้นที่ที่มองเห็นผิวถนนไม่ชัดเจน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

การเตรียมตัวก่อนเกิดฝนหนักช่วยลดความเสียหายได้มาก ผู้พักอาศัยในพื้นที่ลาดเชิงเขาควรสังเกตสัญญาณอันตราย เช่น น้ำในลำห้วยเปลี่ยนสี ระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว มีเสียงหินหรือดินไหล และเกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย และไม่รอจนกว่าน้ำจะไหลเข้าบ้าน

เกษตรกรควรตรวจสอบคันดิน ทางระบายน้ำ และพื้นที่เก็บผลผลิต พร้อมวางแผนป้องกันสัตว์เลี้ยงและเครื่องมือทางการเกษตร ขณะที่ผู้ประกอบการควรเตรียมแผนสำรองสำหรับการขนส่งสินค้า ส่วนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็กควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะอาจเคลื่อนย้ายได้ยากเมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

แม้ช่วงวันที่ 17-18 ตุลาคม ปริมาณฝนโดยรวมอาจมีแนวโน้มลดลง แต่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ จึงยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง การแจ้งเตือนสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่าง ๆ ประชาชนควรยึดข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก และร่วมกันสอดส่องดูแลคนในชุมชนเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัย

โดยสรุป เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก โดยเฉพาะเพชรบุรี อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และจังหวัดภาคใต้หลายแห่ง การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ขอให้ทุกครัวเรือนติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ และอย่าละเลยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ที่มา – เตือนภาคตะวันตก-ใต้ 13-18 ต.ค. ฝนตกหนัก เปิดชื่อมีจังหวัดไหนบ้าง รอรับน้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *