เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายเหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที

เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายเหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที หลังสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเริ่มลดลงจนเห็นได้ชัด แม้บางจุดยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะและพื้นที่ลุ่มต่ำ

กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. โดยสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,889 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +15.79 เมตร รทก. และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จึงพิจารณาปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้น

เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายเหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที

จากข้อมูลดังกล่าว กรมชลประทานจึงแจ้งปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิม 2,150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะเริ่มทยอยลดตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม และปรับลดเข้าสู่อัตราเป้าหมายภายในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2569

หลังจากนั้นจะคงอัตราการระบายไว้ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมติดตามปริมาณฝน น้ำท่า และสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด การปรับลดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การระบายน้ำสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบ และช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุด

ผลกระทบต่อพื้นที่สรรพยาและการเดินทาง

สำหรับพื้นที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท สถานการณ์อุทกภัยใน 4 ตำบลเริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ระดับน้ำที่ลดลงทำให้หลายพื้นที่มีความหวังว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่ำ เนื่องจากน้ำบางส่วนยังระบายออกได้ช้าและอาจส่งผลต่อบ้านเรือน ถนน และพื้นที่โดยรอบ

การลดลงของระดับน้ำยังส่งผลต่อการสัญจรด้วยเรือ โดยบางเส้นทางมีระดับน้ำตื้นจนเรือไม่สามารถเดินทางได้สะดวก คณะสงฆ์และผู้สนับสนุนสิ่งของจึงต้องปรับวิธีการเดินทางเพื่อเข้าถึงวัดที่ได้รับผลกระทบ การเดินทางในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ที่ยังคงต้องช่วยกันดูแลผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

เจ้าคณะจังหวัดชัยนาทลงพื้นที่ช่วยเหลือ 9 วัด

ในวันเดียวกัน พระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่วัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในอำเภอสรรพยา รวมทั้งหมด 9 วัด สิ่งของบางส่วนได้รับการสนับสนุนจากวัดทรงเสวย โดยพระรังษีวชิรคุณ หรือเจ้าคุณโอม

เนื่องจากระดับน้ำลดลงมากจนเรือไม่สามารถใช้เป็นพาหนะได้ คณะสงฆ์จึงนั่งกระบะบรรทุกของรถไถนาเข้าไปยังวัดต่าง ๆ เพื่อถวายสิ่งของและให้กำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภาพการเดินทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทุกฝ่ายในการนำความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่ แม้จะต้องเผชิญกับเส้นทางที่ลำบากและสภาพแวดล้อมที่ยังไม่เอื้ออำนวย

วัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งทั้ง 9 แห่ง ได้แก่

  • วัดอินทาราม ตำบลตลุก
  • วัดศรีมงคล ตำบลหาดอาษา
  • วัดยางศรีเจริญ ตำบลหาดอาษา
  • วัดหาดอาษา ตำบลหาดอาษา
  • วัดไผ่ล้อม ตำบลโพนางดำออก
  • วัดมะปราง ตำบลโพนางดำออก
  • วัดสมอ ตำบลโพนางดำออก
  • วัดวังสาคร ตำบลโพนางดำออก
  • วัดโคกจันทน์ ตำบลโพนางดำตก

แผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

นายวัชรินทร์ คุ่ยศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า หลังระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือ Big Cleaning ภายในวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยจะเร่งสำรวจความเสียหายของอาคาร สถานที่ และสิ่งของต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

การสำรวจความเสียหายจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้อย่างเหมาะสม นอกจากการฟื้นฟูสถานที่แล้ว ยังจำเป็นต้องดูแลเครื่องใช้จำเป็น ระบบไฟฟ้า พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้พระสงฆ์และประชาชนสามารถกลับมาใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลแบบต่อเนื่องและความร่วมมือจากหลายฝ่าย แม้ เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายเหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที จะช่วยให้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ประชาชนในพื้นที่ยังควรติดตามประกาศจากกรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฝนและปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน

ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่มอบถุงยังชีพของเจ้าคณะจังหวัดชัยนาทและคณะสงฆ์ทั้ง 9 วัด ถือเป็นกำลังใจสำคัญแก่ผู้ประสบภัย การช่วยเหลือไม่เพียงบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนพลังความร่วมมือของชุมชน วัด และหน่วยงานต่าง ๆ ที่พร้อมเดินหน้าไปด้วยกันจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

ประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำควรเตรียมสิ่งของจำเป็น ตรวจสอบเส้นทางสัญจร และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง ส่วนผู้ที่ต้องการช่วยเหลือสามารถติดตามช่องทางรับบริจาคจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้สิ่งของส่งถึงวัดและครอบครัวที่ยังต้องการความช่วยเหลือได้ตรงจุด

โดยสรุป การปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาเป็นสัญญาณที่ดีต่อพื้นที่สรรพยา แต่การฟื้นฟูยังต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ พร้อมช่วยกันดูแลชุมชน จะเป็นกุญแจสำคัญให้ชัยนาทผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง

ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และร่วมส่งต่อกำลังใจให้ 9 วัดและชุมชนในอำเภอสรรพยา เพื่อให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายเหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท นั่งกระบะรถไถลุยแจกถุงยังชีพ 9 วัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *