อดีตพนักงานปั๊ม ลาออกจากงาน หันมาเซฟคลิปลับ ปล่อยขายสมาชิกกลุ่ม

อดีตพนักงานปั๊ม ลาออกจากงาน หันมาเซฟคลิปลับ ปล่อยขายสมาชิกกลุ่ม เป็นข่าวร้อนที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยในช่วงนี้ เมื่อตำรวจนครบาลบุกจับกุมผู้ต้องหาคนนี้ได้คาบ้านพักในจังหวัดลพบุรี หลังจากสืบพบพฤติกรรมการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ขัดต่อกฎหมายและจริยธรรมอย่างสิ้นเชิง

อดีตพนักงานปั๊ม ลาออกจากงาน หันมาเซฟคลิปลับ ปล่อยขายสมาชิกกลุ่ม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการนครบาล 2 สั่งการให้ ร.ต.อ.วชรวัต วรชิน รองสารวัตรกองกำกับการสส.บก.น.2 นำกำลังบุกจับกุมนายบุญมี อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.453/2569 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ข้อหา “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กแล้วโฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ”

อดีตพนักงานปั๊ม

การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพักในตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ชุดสืบสวนนครบาล 2 ได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีสมาชิกกว่า 358 คน ซึ่งมีการโพสต์คลิปลามกอนาจารเด็กอย่างต่อเนื่อง จากนั้นพบผู้ต้องหามีพฤติการณ์น่าสงสัย จึงขยายผลจนทราบตัวตนและขอหมายจับทันที

รายละเอียดการตรวจค้นและของกลาง

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดลพบุรีที่ ค69/2569 เข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา พบโทรศัพท์มือถือที่มีแอปพลิเคชันไลน์ตรงกับบัญชีที่สืบสวนมา โดยไลน์นี้ใช้แชทกับลูกค้าทั่วไป แต่ซ่อนกลุ่มลับกว่า 20 กลุ่มที่โพสต์เชิญชวนจำหน่ายคลิปลามกอนาจารเด็ก มีการโพสต์ตัวอย่างคลิปเพื่อล่อลูกค้า

  • คลิปวิดีโอลามกอนาจารเด็กจำนวนหลายคลิปในโทรศัพท์
  • กลุ่มไลน์กว่า 20 กลุ่มเพื่อการค้า
  • หลักฐานการรับโอนเงินจากลูกค้า ครั้งละ 100-200 บาท
  • รายได้รวมกว่า 8,000 บาทจากการขายคลิป

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า หลังลาออกจากงานพนักงานปั๊มน้ำมันช่วงธันวาคม 2568 ได้หันมาใช้ไลน์เข้า گروهต่างๆ ที่มีการโพสต์สื่อลามกเด็ก จากนั้นเซฟคลิปเหล่านั้นมาปล่อยขายในกลุ่มอื่น โดยโพสต์ตัวอย่างแล้วให้ลูกค้าทักแชทส่วนตัว โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจึงส่งคลิปเต็ม เริ่มทำจริงจังช่วงกลางกุมภาพันธ์ 2569

ผลการดำเนินคดีและบทเรียนที่ได้

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวjcันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่มไลน์ลับที่กลายเป็นแหล่งค้าขายสื่อผิดกฎหมาย สื่อลามกอนาจารเด็กไม่เพียงทำลายเด็กและเยาวชน แต่ยังผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี และปรับหนัก

สังคมควรตื่นตัวมากขึ้น รายงานเบาะแสให้ตำรวจทันทีหากพบพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อปกป้องเด็กจากภัยออนไลน์นี้

สุดท้ายนี้ การกระทำของอดีตพนักงานปั๊ม ลาออกจากงาน หันมาเซฟคลิปลับ ปล่อยขายสมาชิกกลุ่ม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าอาชญากรรมออนไลน์ใกล้ตัวแค่ไหน ทุกคนมีส่วนร่วมป้องกันได้ โดยเริ่มจากการไม่สนับสนุนและแจ้งเจ้าหน้าที่ หากคุณพบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งตำรวจนครบาลได้ตลอด 24 ชม. เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – อดีตพนักงานปั๊ม ลาออกจากงาน หันมาเซฟคลิปลับ ปล่อยขายสมาชิกกลุ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *