ทั่วอาเซียนยังเผชิญแนวโน้มเงินเฟ้อสูง หลังสงครามอิหร่านส่อเค้าไม่จบง่าย

ทั่วอาเซียนยังเผชิญแนวโน้มเงินเฟ้อสูง หลังสงครามอิหร่านส่อเค้าไม่จบง่าย

สถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วอาเซียนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหานี้มีสาเหตุมาจากสงครามในอิหร่านที่ยังไม่จบง่าย และส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ภัยสงครามทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ ปรับตัวสูงตามไปด้วย

ผลกระทบเงินเฟ้อในแต่ละประเทศทั่วอาเซียน

ในฟิลิปปินส์ ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม 2569 พุ่งขึ้นถึง 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แนวโน้มนี้ยังคงสูงเกินเป้าหมายของธนาคารกลาง ขณะที่ประเทศเวียดนามมีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึง 5.6% และอินโดนีเซียก็ต้องเผชิญกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 3% ส่วนประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.7% แต่ก็ยังถือว่ารูปแบบเงินเฟ้อที่สูงเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

มาตรการรับมือเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนจากสงคราม

รัฐบาลของหลายประเทศในภูมิภาคได้พยายามออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากราคาน้ำมันพุ่งสูง เช่น การอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและไม่มีทีท่าจะจบลงเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความไม่แน่นอนสูง และทำให้แรงกดดันทางเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับภูมิภาคในปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.4% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความรุนแรงและยืดเยื้อมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก

วิกฤตเงินเฟ้อสูงในภูมิภาคที่อาจทวีความรุนแรง

ตง เหอ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO ระบุว่าต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่สูงขึ้นมีส่วนเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรม หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่ยุติ อาจทำให้แรงกดดันเหล่านี้ขยายวงกว้างขึ้นและกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป

ในขณะที่แต่ละประเทศจะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานสุทธิมากและพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอก จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงกว่าเดิม ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นถึง 125 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อรวมของภูมิภาคอาจพุ่งขึ้นถึง 3.5% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ

ข้อคิดและการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

ควรให้ความสำคัญกับมาตรการตอบสนองเชิงนโยบายที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตาม แผนงานระยะยาวควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค การบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศพันธมิตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งต่อการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต

ในที่สุด ความเข้าใจและการเตรียมตัวรับมือกับแนวโน้มเงินเฟ้อสูงที่เกิดขึ้นทั่วอาเซียนหลังสงครามอิหร่านส่อเค้าไม่จบง่าย จะช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถรับมือได้ดียิ่งขึ้น และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมาในระยะยาว

ที่มา – ทั่วอาเซียนยังเผชิญแนวโน้มเงินเฟ้อสูง หลังสงครามอิหร่านส่อเค้าไม่จบง่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *