ลูกสาววัย19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไป 9 เดือนคดีไม่คืบ

ลูกสาววัย19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไป 9 เดือนคดีไม่คืบ กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจของครอบครัวหนึ่งที่ต้องสูญเสียเสาหลักไปอย่างไม่มีวันกลับมา นางพรรณี แม่เลี้ยงเดี่ยว เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกสาววัย 19 ปี ซึ่งทำงานเป็นเชฟ ถูกรถยนต์พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานเกือบ 9 เดือน แต่ครอบครัวยังมองว่าคดียังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน

ลูกสาววัย19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไป 9 เดือนคดีไม่คืบ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่งบนถนนสายพัทยา-นาเกลือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะน้องวิว หรือ น.ส.วิภาวี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟกลับจากทำงาน โดยมีเพื่อนสาวนั่งซ้อนท้าย และแวะซื้อพลาสเตอร์ยาให้แม่ก่อนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร

ตามคำให้การของครอบครัว รถเก๋งซูซูกิ สวิฟต์ ซึ่งมีข้าราชการครูสาวเป็นผู้ขับ ได้เสียหลักข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์ของน้องวิวอย่างรุนแรง และยังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีกคัน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากเป็นถนนที่มีประชาชนใช้สัญจรอยู่เป็นประจำ

ลูกสาววัย19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ครอบครัวรอความคืบหน้าคดี

ผลการตรวจทางการแพทย์ระบุว่า น้องวิวได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายจุด ทั้งสมองได้รับความกระทบกระเทือน มีเลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าแตก แขนซ้ายหัก และกระดูกท่อนขาขวาหัก แพทย์ต้องผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม น้องวิวต้องรักษาตัวและทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึง 29 วัน ก่อนเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จากภาวะเลือดออกในปอดและการติดเชื้อในกระแสเลือด

สำหรับนางพรรณี ลูกสาวไม่ได้เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว แต่ยังเป็นกำลังสำคัญและเสาหลักของบ้าน น้องวิวตัดสินใจออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อทำงานหารายได้มาช่วยแม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ดูแลยายที่พิการ ช่วยน้องชาย รวมถึงชำระหนี้สินจากงานศพของพี่ชาย แม้ต้องทำงานหนัก แต่ยังพยายามเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยจนใกล้สำเร็จการศึกษา

การสูญเสียครั้งนี้จึงไม่ได้กระทบเฉพาะด้านจิตใจเท่านั้น แต่ยังทำให้ครอบครัวขาดรายได้หลักและต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายหลายด้าน แม่ของน้องวิวยอมรับว่าสภาพจิตใจของคนในบ้านบอบช้ำอย่างมาก โดยเฉพาะน้องชายที่ยังคงนั่งรอพี่สาวกลับบ้านในแต่ละวัน ทั้งที่ความจริงพี่สาวจะไม่มีวันเดินทางกลับมาอีกแล้ว

ประเด็นที่ครอบครัวต้องการความชัดเจน

ครอบครัวระบุว่า การดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เป็นไปอย่างล่าช้า โดยต้องรอผลตรวจแอลกอฮอล์นานถึงประมาณ 5 เดือนครึ่ง ทำให้ญาติรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ หลังการพูดคุยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 คู่กรณีไม่ได้ติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบเพิ่มเติม และมีข้อมูลว่ารถยนต์คันเกิดเหตุถูกนำไปซ่อมแซมแล้วนำกลับมาใช้งานตามปกติ

  • ครอบครัวต้องการทราบความคืบหน้าการสอบสวนอย่างชัดเจน
  • ต้องการให้ตรวจสอบพยานหลักฐานและผลตรวจที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
  • ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตามกระบวนการยุติธรรม
  • ต้องการการเยียวยาที่เหมาะสมกับความสูญเสียและภาระของครอบครัว

อีกประเด็นที่สร้างความลำบากให้กับครอบครัวคือ รถยนต์ของคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทำให้ไม่สามารถเบิกค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาทจากกองทุน พ.ร.บ. ได้ เบื้องต้นครอบครัวได้รับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล 40,000 บาท และเงินช่วยเหลืองานศพ 70,000 บาท รวมถึงมีการพูดคุยเรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถบางส่วน แต่ครอบครัวเห็นว่ายังไม่เพียงพอกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นางพรรณีจึงเดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดคดีและตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าต้องการให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ไม่ว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเป็นบุคคลในอาชีพใดก็ตาม

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ครอบครัวผู้เสียหายควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานหลายด้าน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานในที่เกิดเหตุ ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลตรวจแอลกอฮอล์ สภาพรถ และความเห็นจากแพทย์ การสื่อสารที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความกังวลและทำให้ญาติสามารถติดตามสิทธิของตนเองได้อย่างเหมาะสม

ลูกสาววัย19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไป 9 เดือนคดีไม่คืบ เป็นเรื่องที่ครอบครัวหวังว่าจะได้รับคำตอบโดยเร็ว การเร่งรัดคดีควรอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกัน ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรตระหนักถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบ เพราะอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตของหลายครอบครัวไปตลอดกาล หากพบเห็นเหตุการณ์หรือมีข้อมูลสำคัญ ควรส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เพื่อช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏและให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้รับความยุติธรรมอย่างเหมาะสม

ที่มา – ลูกสาววัย19 โดน ครูสาว ขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไป 9 เดือนคดีไม่คืบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *