รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี
รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี กลายเป็นข่าวสำคัญด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ หลังกรมทรัพยากรธรณีลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) จังหวัดอุดรธานี ตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การค้นพบครั้งนี้เริ่มต้นจากภาพและข้อมูลที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “นี่คือตัวอะไร” โดยนายพิชัย ประเทศเสนา เป็นผู้ค้นพบร่องรอยดังกล่าวบริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ก่อนที่เรื่องจะได้รับความสนใจจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี
นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อประเมินว่าร่องรอยที่พบเป็นรอยตีนไดโนเสาร์จริงหรือเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น ต่อมากรมทรัพยากรธรณีได้มอบหมายให้นักธรณีวิทยาจากกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติและกรมศิลปากร
ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ร่องรอยดังกล่าวเป็นซากดึกดำบรรพ์ประเภทรอยตีนของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด หรือไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง โดยพบเป็นแนวทางเดินจำนวน 1 แนว ประกอบด้วยรอยตีนทั้งหมด 6 รอย นับเป็นหลักฐานที่มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ธรรมชาติของพื้นที่ และเป็นการพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อที่ได้รับการยืนยันในจังหวัดอุดรธานี
รายละเอียดรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี
รอยตีนที่พบปรากฏอยู่บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน ซึ่งมีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น หรือประมาณ 120 ล้านปีก่อน ลักษณะเด่นของรอยคือมีนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายเรียวแหลม และเห็นแนวการก้าวเดินอย่างชัดเจน รอยตีนแต่ละรอยมีความยาวประมาณ 29 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 26 เซนติเมตร
- พบรอยตีนทั้งหมด 6 รอย ในแนวทางเดินเดียวกัน
- เป็นรอยตีนของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ
- รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม
- อยู่บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุประมาณ 120 ล้านปี
- ขนาดรอยตีนยาวประมาณ 29 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 26 เซนติเมตร
จากการวิเคราะห์ขนาดรอยตีน นักธรณีวิทยาประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของร่องรอยน่าจะมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 เมตร และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 เมตร ขนาดดังกล่าวใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยและมีอายุอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม รอยตีนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถระบุชนิดของไดโนเสาร์ได้อย่างแน่ชัด จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด
ความสำคัญต่อการศึกษาและการท่องเที่ยว
การค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์ครั้งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังช่วยสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมีมรดกทางธรรมชาติที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และประชาชนทั่วไปสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อมในอดีต และการเปลี่ยนแปลงของชั้นหินตลอดช่วงเวลาหลายล้านปี
นอกจากนี้ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ยังสามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาได้ หากมีการวางแผนบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การพัฒนาในอนาคตควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ร่องรอยดั้งเดิม การจัดทำป้ายให้ความรู้ การกำหนดเส้นทางเดินชม และการควบคุมจำนวนผู้เข้าชม เพื่อไม่ให้ความสนใจของนักท่องเที่ยวกลายเป็นสาเหตุของความเสียหายต่อหลักฐานทางธรรมชาติ
กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมศิลปากร จึงร่วมกันดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันการรบกวนจากนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงจากการกัดเซาะของน้ำ แนวทางดังกล่าวจะช่วยรักษารอยตีนให้คงอยู่สำหรับการศึกษาวิจัยและการเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
ข้อควรรู้ก่อนเข้าชมแหล่งซากดึกดำบรรพ์
ผู้ที่สนใจเดินทางไปชมพื้นที่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการก่อนออกเดินทาง เนื่องจากบางจุดอาจอยู่ระหว่างการสำรวจหรือปิดเพื่อป้องกันความเสียหาย หากได้รับอนุญาตให้เข้าชม ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เหยียบหรือสัมผัสรอยตีน ไม่ขีดเขียนบนชั้นหิน และไม่เก็บชิ้นส่วนหินหรือวัตถุใดออกจากพื้นที่ การถ่ายภาพและการแบ่งปันข้อมูลอย่างรับผิดชอบจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและสนับสนุนการอนุรักษ์ได้เป็นอย่างดี
รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานีจึงเป็นทั้งหลักฐานทางธรรมชาติและโอกาสสำคัญในการสร้างแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของประเทศ การค้นพบนี้ย้ำว่าเรื่องราวจากอดีตยังคงซ่อนอยู่ในผืนหินรอบตัวเรา ขอเชิญชวนทุกคนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันดูแลแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้ให้คงคุณค่าไปอีกยาวนาน
ที่มา – “รมว.สุชาติ” เผย กรมธรณี รายงานเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี จริง