มาเรสกาหัวเสีย! คนบ่น VAR ไม่พูดถึงฟอร์มแมนซิตี้
ประเด็นดราม่าจากเกมพรีเมียร์ลีกระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังจังหวะประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ กลายเป็นหัวข้อถกเถียงเรื่องการทำงานของ VAR แม้การแข่งขันจะจบลงไปแล้วก็ตาม โดย เอนโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองว่าการวิจารณ์ผู้ตัดสินมากเกินไป อาจทำให้หลายคนลืมพูดถึงผลงานของนักเตะในสนาม
มาเรสกาหัวเสีย! คนบ่น VAR ไม่พูดถึงฟอร์มแมนซิตี้ คือภาพสะท้อนความรู้สึกของกุนซือที่เห็นว่าฟุตบอลไม่ควรถูกตัดสินจากจังหวะเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะเกมที่ทีมต้องรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากจากการเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเป็นเวลานานถึงประมาณ 70-75 นาที ทว่าทีมยังสามารถรักษาระเบียบวินัยและเดินหน้าสู้จนจบเกมได้อย่างน่าประทับใจ
มาเรสกาหัวเสีย! คนบ่น VAR ไม่พูดถึงฟอร์มแมนซิตี้
องค์กรผู้ตัดสินอย่าง PGMOL ออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ประตูของฮาลันด์ได้รับการรับรองให้เป็นประตู จังหวะดังกล่าวกลายเป็นประเด็นใหญ่ในหมู่แฟนบอล เพราะหลายคนมองว่าการตัดสินใจของทีมงาน VAR อาจมีความคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม มาเรสกายืนยันว่าความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ตัดสิน นักเตะ หรือโค้ช
กุนซือรายนี้กล่าวในทำนองว่า การตัดสินใจภายในเวลาเพียง 10 หรือ 20 วินาทีไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หน้าจอ พวกเขาต้องประเมินภาพจากหลายมุม รวมถึงตีความเหตุการณ์ภายใต้แรงกดดันมหาศาล แม้ฟุตบอลยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีช่วยเหลือ แต่ VAR ก็ยังไม่สามารถทำให้การแข่งขันปราศจากข้อผิดพลาดได้ทั้งหมด
มาเรสกาหัวเสีย! คนบ่น VAR ไม่พูดถึงฟอร์มแมนซิตี้
สิ่งที่มาเรสกาต้องการสื่อไม่ใช่การปฏิเสธว่าจังหวะดังกล่าวมีปัญหา แต่เขาต้องการให้ทุกฝ่ายมองเกมอย่างรอบด้านมากขึ้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเล่นภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบาก และผลงานของทีมตลอดการแข่งขันมีรายละเอียดมากกว่าประตูหนึ่งลูก การเคลื่อนที่ การช่วยกันป้องกัน การควบคุมอารมณ์ และความพยายามของนักเตะ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ควรได้รับการพูดถึงเช่นกัน
มาเรสกายังยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อประมาณสามปีก่อน ตอนที่เขาเคยอยู่กับสโมสรและทีมต้องเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในสถานการณ์คล้ายกัน ครั้งนั้นมีประตูที่ถูกมองว่าไม่ถูกต้องตามกติกา แต่ไม่มีคำขอโทษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เขารู้สึกว่าฟุตบอลมีทั้งวันที่โชคเข้าข้างและวันที่ต้องยอมรับความเสียเปรียบ
- VAR ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว: เจ้าหน้าที่มีเวลาไม่มากในการตรวจสอบภาพและสื่อสารกับผู้ตัดสินในสนาม
- ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย: ทั้งผู้ตัดสิน นักเตะ และกุนซือต่างมีโอกาสทำพลาดในเกมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
- ผลงานทีมควรถูกมองอย่างครบถ้วน: การเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนเป็นเวลานานถือเป็นความท้าทายที่ไม่ควรถูกมองข้าม
- ฟุตบอลยังมีเรื่องของโชค: บางครั้งทีมได้ประโยชน์จากคำตัดสิน และบางครั้งก็ต้องเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
สำหรับ มาเรสกาหัวเสีย! คนบ่น VAR ไม่พูดถึงฟอร์มแมนซิตี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการให้ทุกคนหยุดตั้งคำถามกับ VAR เพราะการตรวจสอบเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนามาตรฐานผู้ตัดสิน เพียงแต่การวิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล และไม่ควรลดคุณค่าของผลงานนักเตะที่ทุ่มเทตลอด 90 นาที
หลังจากเกมดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรายการอื่น โดยมาเรสกายืนยันว่าทีมจะไม่เปลี่ยนแนวทางการเล่นเพียงเพราะเกมนั้นไม่มี VAR เข้ามาเกี่ยวข้อง นักเตะยังต้องยึดมั่นกับแผนการเล่นเดิม มีสมาธิ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
มุมมองของมาเรสกาน่าสนใจ เพราะช่วยเตือนแฟนบอลว่าฟุตบอลไม่ได้มีเพียงประเด็นดราม่าจากคำตัดสิน แต่ยังเต็มไปด้วยแท็กติก ความมุ่งมั่น และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากมองเกมให้ละเอียดขึ้น เราอาจเห็นว่าผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีหลายแง่มุมที่ควรได้รับคำชื่นชมไม่แพ้การถกเถียงเรื่อง VAR
ท้ายที่สุด การใช้เทคโนโลยีในฟุตบอลควรเดินควบคู่ไปกับความโปร่งใสและการสื่อสารที่ชัดเจน ขณะเดียวกันแฟนบอลก็ควรเปิดใจกว้างและพิจารณาภาพรวมของการแข่งขัน หากคุณเห็นด้วยกับมาเรสกา อย่าลืมติดตามฟอร์มของนักเตะและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพราะเสน่ห์ของฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ผลตัดสิน แต่อยู่ที่เรื่องราวทั้งหมดในสนามด้วย
ที่มา – มาเรสกา รับหัวเสียคนบ่นแต่ VAR ไม่พูดถึงฟอร์มนักเตะ แมนซิตี้ บ้าง