เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำคัญ กรณีเรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา หลังอดีตข้าราชการตุลาการทั้ง 9 รายถูกลงโทษทางวินัยและมีคำสั่งให้ออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการตามคำสั่งที่ถึงที่สุด โดยประกาศดังกล่าวลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติที่พระราชทานแก่ผู้ทำคุณประโยชน์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความประพฤติดี เมื่อผู้ได้รับพระราชทานถูกลงโทษในความผิดร้ายแรงหรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง จึงมีกระบวนการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา มีรายละเอียดอย่างไร

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราที่อดีตข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมทั้ง 9 รายเคยได้รับ โดยเป็นผลสืบเนื่องจากคำสั่งลงโทษทางวินัยที่ถึงที่สุด รายละเอียดของแต่ละรายมีความแตกต่างกัน ทั้งการทุจริตต่อหน้าที่ การไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการ การแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษา การละทิ้งหน้าที่ และการประพฤติที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง

เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา จากคำสั่งทางวินัย

สำหรับรายชื่อและเหตุผลโดยสรุป มีดังนี้

  • นายเลิศพงษ์ พุ่มนาวิน อดีตเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 2 ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ กรณีทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
  • นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เนื่องจากมีมลทินหรือมัวหมอง และเห็นว่าหากรับราชการต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ แม้ผลการสอบสวนจะไม่ถึงขั้นต้องลงโทษไล่ออกหรือปลดออก
  • นายปรเมษฐ์หรือนายคมสัน โตวิวัฒน์ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ถูกสั่งให้ออกจากราชการ จากกรณีเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นอิสระและความยุติธรรม
  • นายชยกร ธนาวัชน์ หรือชื่อนามสกุลอื่นตามประกาศ อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ตแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการในความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
  • นายอรรถพร เพชรแก้ว อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เนื่องจากไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ และเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจเกี่ยวกับการสั่งปล่อยชั่วคราวของผู้พิพากษาอื่น
  • นายชาญวุฒิ บุญญเขตโภศล อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน ถูกสั่งให้ออกจากราชการจากความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่าย
  • นายอนันต์ ธนาวัฒนากุล อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง ถูกสั่งให้ออกจากราชการ กรณีเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่นในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
  • นายประดิษฐ์ อัครทวีทอง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร ถูกสั่งให้ออกจากราชการ จากกรณีละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ ไม่อุทิศเวลาให้ราชการ และมีพฤติการณ์ที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง
  • นายณัฐจักรธร มีมากบาง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดระนอง ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เนื่องจากไม่อุทิศเวลาให้ราชการ ละทิ้งหน้าที่ ไม่อุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไป

เหตุผลที่ต้องเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

การเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ได้หมายความว่าเป็นการลงโทษรูปแบบใหม่แยกต่างหาก แต่เป็นขั้นตอนทางราชการที่ดำเนินการเมื่อผู้ได้รับพระราชทานถูกลงโทษให้ออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการด้วยเหตุที่กฎหมายและระเบียบกำหนด การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้สถานะของผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สอดคล้องกับผลการพิจารณาทางวินัยที่ถึงที่สุดแล้ว

ในกรณีนี้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เรียกคืนมีหลายชั้นตรา เช่น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก รวมถึงเหรียญจักรพรรดิมาลา ทั้งนี้ จำนวนและชั้นตราที่เรียกคืนของแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรายการที่บุคคลนั้นเคยได้รับพระราชทาน

ผลของประกาศต่อรายชื่อผู้ได้รับพระราชทาน

ท้ายประกาศระบุว่า บุคคลทั้ง 9 รายถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว นั่นหมายความว่าเมื่อมีการประกาศเรียกคืนอย่างเป็นทางการแล้ว รายชื่อและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของบุคคลดังกล่าวจะถูกปรับปรุงให้เป็นไปตามคำสั่งทางวินัยและระเบียบของทางราชการ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนความสำคัญของมาตรฐานจริยธรรมในกระบวนการยุติธรรม เพราะผู้พิพากษามีหน้าที่รักษาความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และความน่าเชื่อถือของศาล การกระทำที่ก้าวก่ายดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่น การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือการละทิ้งหน้าที่ ล้วนเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

สำหรับประชาชน การติดตามข่าว เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา ควรพิจารณาจากข้อมูลในราชกิจจานุเบกษาและประกาศทางราชการเป็นหลัก เพราะเอกสารดังกล่าวระบุข้อเท็จจริง ชื่อบุคคล ตำแหน่ง เหตุแห่งการลงโทษ และชั้นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ถูกเรียกคืนไว้อย่างเป็นทางการ การนำเสนอข้อมูลอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเข้าใจผิดและไม่ทำให้เกิดการกล่าวหานอกเหนือจากข้อเท็จจริงในประกาศ

โดยสรุป การเรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา เป็นผลจากคำสั่งทางวินัยที่ถึงที่สุดและเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี การดำเนินการครั้งนี้จึงเป็นทั้งขั้นตอนด้านสถานะเครื่องราชอิสริยาภรณ์และกลไกที่ย้ำว่าข้าราชการทุกระดับต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ จริยธรรม และความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ หากต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มจากราชกิจจานุเบกษาหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ผู้พิพากษา ประพฤติชั่วร้ายแรง ถูกไล่ออกจากราชการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *