ผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวนิวยอร์ก เป็นประเด็นร้อนที่กำลังสร้างความสนใจในวงการเศรษฐกิจสหรัฐฯ เคธี โฮคูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่นต่อรัฐบาลกลางภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คืนเงินภาษีจำนวนมหาศาลนี้แก่ชาวรัฐนิวยอร์ก หลังจากที่มาตรการภาษีนำเข้าทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักหน่วง

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวนิวยอร์ก

ตามข้อมูลจาก Yale Budget Lab ที่น่าเชื่อถือ พบว่านับตั้งแต่มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ทรัมป์นำมาใช้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ครัวเรือนในนิวยอร์กแต่ละครัวเรือนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเฉลี่ย 1,751 ดอลลาร์ ส่งผลกระทบรวมทั้งรัฐสูงถึง 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ผู้ว่าฯ โฮคูล ระบุชัดเจนว่า “ภาษีศุลกากรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไร้ความหมายเหล่านี้เป็นเพียงการรีดภาษีจากผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และเกษตรกรในนิวยอร์ก ดังนั้นจึงต้องคืนเงินเต็มจำนวนให้ประชาชน”

ผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็ก

ไม่ใช่แค่ครัวเรือนทั่วไปที่เดือดร้อน แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือเกษตรกรนิวยอร์ก บางรายมีรายจ่ายทางธุรกิจพุ่งสูงถึง 20,000 ดอลลาร์ต่อปี จากราคาอุปกรณ์และปัจจัยการผลิตที่แพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยอดส่งออกนมในรัฐลดลงถึง 7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ สินค้านำเข้าประเภทเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรกว่า 80% และเครื่องจักรกลการเกษตร 70% มาจากประเทศที่ถูกเก็บภาษีนำเข้า 10% ขึ้นไป ทำให้ต้นทุนพุ่งปรี๊ด

  • ครัวเรือนนิวยอร์กเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม: เฉลี่ย 1,751 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน
  • เกษตรกรรายย่อย: รายจ่ายเพิ่ม 20,000 ดอลลาร์ต่อปี
  • ยอดส่งออกนม: ลดลง 7%
  • สินค้านำเข้าสำคัญ: เคมีภัณฑ์เกษตร 80% และเครื่องจักร 70% ถูกภาษี
  • ผลรวมทั้งรัฐ: 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์

เว็บไซต์ทางการของรัฐนิวยอร์กยืนยันว่าเกษตรกรคือกลุ่มที่บาดเจ็บหนักที่สุดจากนโยบายภาษีทรัมป์ นโยบายนี้ไม่เพียงกระทบภาคเกษตร แต่ยังลามไปถึงธุรกิจขนาดเล็กและผู้บริโภคทั่วไป ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นชะลอตัว

จุดเปลี่ยนจากคำวินิจฉัยศาลฎีกาสหรัฐ

ถ้อยแถลงของผู้ว่าฯ โฮคูล เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยสำคัญเมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่าการที่ทรัมป์ใช้อำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีศุลกากรในวงกว้างนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ คำตัดสินนี้เปิดทางให้มีการท้าทายนโยบายภาษีดังกล่าวได้มากขึ้น และเป็นแรงหนุนให้ผู้ว่าฯ นิวยอร์กออกมาเรียกร้องผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวนิวยอร์ก

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบเชิงลึกต่อเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวม โดยเฉพาะในรัฐใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญอย่างนิวยอร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินและการค้าของประเทศ การสูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้าอาจนำไปสู่การปรับตัวของนโยบายการค้าที่สมดุลมากขึ้นในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่านี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาภายในสหรัฐ แต่ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะสินค้าจากจีนและประเทศอื่นๆ ที่ถูกเก็บภาษีสูง ธุรกิจไทยที่ส่งออกไปสหรัฐก็ควรจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีโอกาสหรือความเสี่ยงตามมา

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายภาษีที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองและเศรษฐกิจเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น ชาวนิวยอร์กสมควรได้รับการชดเชยเต็มจำนวนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น หากคุณสนใจข่าวสารเศรษฐกิจสหรัฐและผลกระทบต่อไทย ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – ผู้ว่าฯ นิวยอร์กจี้ทรัมป์คืนเงินภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวนิวยอร์ก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *