ปมใบอนุญาตบ้านเสริมสุข เจ้าของชี้แจง

ปมใบอนุญาตบ้านเสริมสุข กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 หรือ ศบส.4 เข้าตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชในจังหวัดนนทบุรี ก่อนพบว่าจำนวนผู้เข้ารับบริการไม่ตรงกับจำนวนเตียงที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีบางอาคารและโซนให้บริการที่ยังไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

เหตุการณ์นี้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานญาติและหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ที่ไม่ผ่านการอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สิ่งสำคัญในเบื้องต้นคือการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้รับบริการ ก่อนตรวจสอบรายละเอียดด้านกฎหมายและพิจารณาดำเนินการกับผู้ประกอบการต่อไป

ปมใบอนุญาตบ้านเสริมสุขและจำนวนผู้ป่วยเกินกำหนด

จากการตรวจสอบจุดแรก เจ้าหน้าที่พบผู้รับบริการจำนวน 11 ราย ขณะที่สถานที่ดังกล่าวขออนุญาตประกอบกิจการไว้เพียง 9 เตียง จึงมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการแก้ไขจำนวนผู้พักอาศัยให้เป็นไปตามใบอนุญาต นอกจากนี้ยังพบอาคาร 3 ชั้นอีกหนึ่งหลัง ซึ่งมีผู้รับบริการเพิ่มเติมประมาณ 58 คน แต่อาคารดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการ จึงต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่ยังพบโซนผู้หญิงซึ่งมีผู้ป่วยอยู่ประมาณ 14 คน โดยพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน ศบส.4 จึงประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมสุขภาพจิต เข้ามาช่วยวางแผนการดูแลและย้ายผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน พร้อมขอความร่วมมือจากญาติให้รับผู้ป่วยกลับไปดูแลชั่วคราว หากสามารถดำเนินการได้

เจ้าของชี้แจงปมใบอนุญาตบ้านเสริมสุข

เจ้าของบ้านชี้แจงว่า สถานที่แห่งนี้ยื่นขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรองรับผู้เข้ารับบริการจำนวน 25 เตียง และเข้าใจมาโดยตลอดว่าเอกสารที่ยื่นผ่านศูนย์ใหญ่ดำเนินการอย่างถูกต้อง จึงยังไม่ทราบว่าพื้นที่ย่อยบางส่วนมีรายละเอียดด้านใบอนุญาตไม่ครบถ้วน หลังจากนี้เจ้าของระบุว่าจะกลับไปตรวจสอบข้อมูลกับศูนย์ใหญ่ และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้วยการส่งผู้ป่วยกลับไปอยู่กับญาติ รวมทั้งดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง

สถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการมาประมาณ 2-3 ปี ส่วนศูนย์ใหญ่เปิดมานานกว่า 10 ปี จุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนและคนรู้จักฝากผู้ป่วยเข้ามารับบริการ โดยผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ เจ้าของยืนยันว่าผู้ดูแลผ่านการอบรมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ มีพยาบาลวิชาชีพให้คำแนะนำ และจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตร่วมกันในลักษณะครอบครัว

สำหรับประเด็นการควบคุมผู้ป่วย เจ้าของยอมรับว่าในช่วงแรกเคยใช้ผ้ามัดผู้ป่วยบางรายที่มีอาการอาละวาดหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ระบุว่าก่อนดำเนินการได้ขออนุญาตจากญาติทุกครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และแนวทางการดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากการตรวจพื้นที่เบื้องต้นยังไม่พบอุปกรณ์ล่ามโซ่ ไม่พบร่องรอยการบาดเจ็บ และยังไม่พบหลักฐานการใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ได้ประสานตำรวจให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วย ญาติ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบมีความรอบคอบมากขึ้น

สิ่งที่ญาติควรตรวจสอบก่อนเลือกสถานดูแล

กรณีนี้สะท้อนว่า ญาติควรตรวจสอบเอกสารและมาตรฐานของสถานดูแลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจส่งผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเข้าพัก โดยไม่ควรพิจารณาเพียงราคา หรือคำแนะนำจากคนรู้จักเท่านั้น สิ่งที่ควรสอบถามและตรวจสอบมีหลายด้าน ได้แก่

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการและจำนวนเตียงที่ได้รับอนุญาต
  • สถานที่จริงตรงกับข้อมูลในเอกสารหรือมีอาคารเพิ่มเติมหรือไม่
  • จำนวนบุคลากรและคุณสมบัติของผู้ดูแลผู้ป่วย
  • แนวทางรับมือเมื่อผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวหรือควบคุมตัวเองไม่ได้
  • การจัดอาหาร ยา การพาไปพบแพทย์ และการติดต่อญาติ
  • สิทธิในการเยี่ยม ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และร้องเรียนเมื่อพบความผิดปกติ

ในส่วนของอาหาร เจ้าของบ้านยืนยันว่าผู้เข้าพักได้รับอาหารวันละ 3 มื้อ เช่น ข้าวต้ม อาหารประเภทต้มจืด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า รวมถึงขนมหวานหรือผลไม้ และมีนมก่อนนอน ส่วนรายละเอียดค่าใช้บริการและแพ็กเกจต่าง ๆ ต้องสอบถามจากศูนย์ใหญ่โดยตรง

ศบส.4 ระบุว่า การดำเนินงานของสถานดูแลต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตามรายละเอียดของกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดในประเด็นอื่นหรือไม่ โดยจะหารือกับทีมกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

สำหรับ ปมใบอนุญาตบ้านเสริมสุข สิ่งที่สังคมควรติดตามต่อคือผลการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การตรวจสอบย้อนหลัง และมาตรการคุ้มครองผู้รับบริการระหว่างการดำเนินคดี เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าครอบครัวควรตรวจสอบใบอนุญาต จำนวนเตียง บุคลากร และระบบดูแลให้ชัดเจนก่อนฝากคนที่รักไว้กับสถานบริการทุกแห่ง หากพบความผิดปกติ ควรรีบแจ้งหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำ

ที่มา – เจ้าของแจงปมใบอนุญาต รับเคยใช้ผ้ามัดผู้ป่วยคุมตัวเองไม่ได้ แต่ขอญาติแล้ว ศบส.4 สั่งย้ายผู้ป่วยบ้านเสริมสุข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *