น้องโอ๋ ไม่หวั่นดวลรถถัง พร้อมลุยศึกฟลายเวต
น้องโอ๋ ไม่หวั่นดวลรถถัง ในศึก ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยอดีตแชมป์โลกวัย 39 ปี ยืนยันว่าฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่ สภาพร่างกายใกล้สมบูรณ์ และไม่มีปัญหาเรื่องการทำน้ำหนักก่อนขึ้นเวทีวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี
ไฟต์นี้ถือเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งของสองนักชกชื่อดังแห่งวงการมวยไทย น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต จะต้องเผชิญหน้ากับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ซึ่งมีสไตล์การชกดุดัน เดินหน้าแลกอาวุธ และมีหมัดที่หนักหน่วง
น้องโอ๋ ไม่หวั่นดวลรถถัง พร้อมรับมือไฟต์ยาก
น้องโอ๋เปิดเผยหลังการซ้อมโชว์สื่อมวลชนว่า สภาพร่างกายตอนนี้ใกล้พร้อมเต็มร้อย เหลือเพียงตรวจสอบรายละเอียดเรื่องน้ำหนักอีกเล็กน้อยเท่านั้น การเตรียมตัวสำหรับไฟต์นี้เป็นไปตามแผน และการชกในประเทศไทยช่วยให้เขาคุ้นเคยกับสภาพอากาศและบรรยากาศมากขึ้น
แม้รถถังจะเป็นนักชกที่มีรูปร่างแข็งแรงและเคยครองแชมป์ในรุ่นฟลายเวต แต่เจ้าของฉายา “ยอดมวยเมืองสกล” ไม่ได้รู้สึกกังวลเป็นพิเศษ เขามองว่าการเคยมีโอกาสประกบคู่กันมาก่อน ทำให้พอรู้แนวทางและสไตล์ของคู่ต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ไฟต์นี้แตกต่างจากครั้งแรก เพราะทั้งสองฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวและมีความพร้อมมากกว่าเดิม
น้องโอ๋ ไม่หวั่นดวลรถถัง เพราะเตรียมร่างกายเต็มที่
น้องโอ๋ยอมรับว่า รถถังเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก เพราะเป็นนักมวยที่เดินเข้าหาอย่างต่อเนื่อง มีอาวุธครบเครื่อง และออกหมัดได้รุนแรง ดังนั้นแผนสำคัญของเขาคือการเตรียมร่างกายให้แข็งแรงที่สุด พร้อมรักษาความรัดกุมตลอดการชก ไม่เปิดช่องให้คู่แข่งเข้าทำง่ายเกินไป
ประสบการณ์บนเวทีของน้องโอ๋จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เขาเคยผ่านการชกกับนักมวยฝีมือดีมาแล้วมากมาย และเข้าใจจังหวะการออกอาวุธ รวมถึงการบริหารพลังในแต่ละยกเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน รถถังมีความสดและพละกำลังที่โดดเด่น จึงทำให้ไฟต์นี้น่าจะเป็นการปะทะกันระหว่างประสบการณ์กับความแข็งแกร่งของนักชกรุ่นใหม่
- จุดเด่นของน้องโอ๋: ประสบการณ์สูง การออกอาวุธแม่นยำ และอ่านเกมได้ดี
- จุดเด่นของรถถัง: หมัดหนัก เดินบู๊ต่อเนื่อง และมีความแข็งแรงตลอดการชก
- ปัจจัยสำคัญ: การควบคุมระยะ จังหวะการป้องกัน และการรักษาพลังในช่วงท้ายยก
- ความพร้อม: ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าซ้อมเต็มที่และต้องการสร้างความประทับใจให้แฟนมวยทั่วโลก
สำหรับความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งสองคนรู้จักกันมานาน เคยร่วมรายการแข่งขันเดียวกัน เคยเตะฟุตบอลและรับประทานอาหารร่วมกันมาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นเวที ทั้งคู่จะต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ น้องโอ๋มองว่านี่คือวิถีของนักกีฬา เมื่อเส้นทางการชกนำพาให้ต้องมาเจอกัน ก็ต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากการแข่งขัน
น้องโอ๋ยังกล่าวถึงเป้าหมายในรายการว่า เขาอยากคว้าแชมป์และเข็มขัดเงินเพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ของอาชีพ แต่จะไม่กดดันตัวเองด้วยการมองไกลเกินไป โดยขอโฟกัสทีละไฟต์ก่อน หากผ่านรถถังไปได้จึงค่อยวางแผนสำหรับรอบต่อไป แนวคิดนี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์ของนักชกที่ผ่านเวทีระดับโลกมาอย่างยาวนาน
แผนการชกและความพร้อมก่อนขึ้นเวที
แผนการหลักของน้องโอ๋คือการทำร่างกายให้พร้อมที่สุด เขาไม่ได้กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสภาพอากาศร้อนและคุ้นเคยกับการฝึกซ้อมของเขาเป็นอย่างดี นักชกวัย 39 ปียืนยันว่าปัจจุบันร่างกายยังสามารถต่อกรกับนักชกรุ่นน้องได้ และยังสนุกกับการชกมวยเหมือนเดิม
ประเด็นเรื่องอายุจึงไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับน้องโอ๋ เขามองว่าร่างกายจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า สามารถชกต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเลข 3 เลข 4 หรือเลข 5 หากยังมีความพร้อมและยังสนุกกับการฝึกซ้อม เขาก็ต้องการเดินหน้าทำอาชีพนักมวยต่อไป
ในทัวร์นาเมนต์รุ่นฟลายเวตยังมีนักชกฝีมือดีอีกหลายคน เช่น สุริยันต์ กุหลาบดำ ไซมอน ดอนสเปนซ์ และอเล็กซานเดอร์ ทำให้การคาดเดาผู้ชนะล่วงหน้าเป็นเรื่องยาก ทุกคนมีจุดแข็งและสามารถปรับเกมได้แตกต่างกัน น้องโอ๋จึงเลือกที่จะไม่ฟันธงว่าใครคือตัวเต็ง แต่จะมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่ในไฟต์ของตัวเองให้ดีที่สุด
การพบกันระหว่างน้องโอ๋กับรถถังจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องชื่อเสียงหรือสถิติเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบของการเตรียมตัว วินัย และการวางแผนบนเวที แฟนมวยจะได้เห็นว่าประสบการณ์ของน้องโอ๋จะรับมือกับความสดและเกมบุกของรถถังได้มากน้อยเพียงใด
น้องโอ๋ฝากถึงแฟนมวยทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกว่า เขาจะขึ้นเวทีด้วยความพร้อมเต็มที่ และต้องการมอบการแข่งขันที่สนุก ดุเดือด และเร้าใจให้ทุกคนได้ชม หากทั้งสองฝ่ายรักษาความฟิตและทำตามแผนที่วางไว้ ไฟต์นี้มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของรายการ
มุมมองส่วนตัวคือ ไฟต์นี้น่าติดตามเป็นพิเศษ เพราะทั้งน้องโอ๋และรถถังต่างมีสไตล์ที่ชัดเจน คนหนึ่งเน้นความเก๋าและความแม่นยำ อีกคนมีพลังบุกและความดุดันสูง แฟนมวยไม่ควรพลาดการชมการแข่งขันวันที่ 13 พฤศจิกายน และสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ที่มา – น้องโอ๋ ไม่หวั่นดวลรถถังกติกามวยไทยรุ่นฟลายเวต – ชี้ฟิตซ้อมมาอย่างดีไร้ปัญหา