นายกฯ แจงย้าย นอภ.บ้านสร้าง ยันไม่กลั่นแกล้ง
นายกฯ แจงย้าย นอภ.บ้านสร้าง หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีกรมการปกครองมีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกลั่นแกล้งหรือประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า ผู้มีอำนาจลงนามย้ายคือปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ไม่ใช่คำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ทั้งยังเป็นการดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจของฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งสามารถพิจารณาโยกย้ายบุคลากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์และภารกิจในพื้นที่ได้
นายกฯ แจงย้าย นอภ.บ้านสร้าง เหตุอยู่ครบวาระและเกิดน้ำท่วม
เหตุผลสำคัญที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง คือจังหวัดปราจีนบุรีกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านสร้างที่ระดับน้ำยังสูงและต้องเร่งแก้ไขปัญหา เมื่อจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ มีอำนาจกำกับดูแลและประสานงานบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
นายอนุทินระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีได้ทำหนังสือขอให้พิจารณาย้ายนายอำเภอออกจากพื้นที่ จากนั้นอธิบดีกรมการปกครองจึงนำข้อมูลและสถานการณ์มาพิจารณา โดยในภาวะฉุกเฉินไม่สามารถใช้กระบวนการตรวจสอบที่ใช้เวลานานได้ เพราะภารกิจเร่งด่วนคือการบูรณาการกำลังคนและทรัพยากรเพื่อรับมือกับอุทกภัย
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่านายอำเภอคนดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เดิมมานานประมาณ 5 ปี ซึ่งตามแนวทางการบริหารราชการควรมีการโยกย้ายตั้งแต่ปีก่อนแล้ว การย้ายครั้งนี้จึงเป็นการสลับตำแหน่งไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอในพื้นที่อื่น ไม่ใช่การลงโทษหรือการลดระดับตำแหน่งแต่อย่างใด
นายกฯ แจงย้าย นอภ.บ้านสร้าง ย้ำเป็นอำนาจฝ่ายประจำ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นการบริหารงานบุคคลภายในกระทรวง ทั้งยังย้ำว่าตนได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยแล้ว และเห็นว่าประเด็นนี้ควรยุติลงเพื่อให้ทุกฝ่ายกลับไปทำงานที่สำคัญกว่า
สำหรับเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วนที่มองว่านายอำเภอคนดังกล่าวลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง นายอนุทินระบุว่า ในฐานะผู้กำกับดูแลสถานการณ์ จำเป็นต้องยึดข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์โดยตรง รวมถึงรายงานอย่างเป็นทางการและข้อมูลจากการประชุมของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย
นายกรัฐมนตรีเปรียบเทียบการทำงานในภาวะภัยพิบัติว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเปรียบเสมือนแม่ทัพในพื้นที่ หากผู้บัญชาการสถานการณ์เห็นว่าบุคลากรบางคนไม่เหมาะสมกับภารกิจ ก็ต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนกำลังเพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากที่สุด แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดหรือถูกลงโทษ แต่เป็นการจัดคนให้เหมาะกับงานและสถานการณ์
ยืนยันไม่มีการเมืองหรือกลั่นแกล้ง
ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือข้อสงสัยว่า การย้ายครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือความขัดแย้งภายในพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีเหตุผลใดที่ตนจะต้องกลั่นแกล้งนายอำเภอระดับอำเภอ เพราะการดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชนเกิดผลเร็วที่สุด
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ตนคุ้นเคย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ก็ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองในการดูแลประชาชน ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการแก้ปัญหาน้ำท่วม การระดมความช่วยเหลือ และการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในจุดที่ยังได้รับผลกระทบ ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งหรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ส่วนกรณีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยออกมาแสดงความเห็นว่า การย้ายนายอำเภอบ้านสร้างอาจไม่เหมาะสมนั้น นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นความเห็นในฐานะประชาชน เพราะอดีตปลัดฯ พ้นจากตำแหน่งมาแล้วระยะหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่ในปัจจุบันต้องตัดสินใจจากข้อมูลหน้างานและความจำเป็นของสถานการณ์
- การย้ายตำแหน่ง: เป็นการสลับไปปฏิบัติหน้าที่ในอำเภออื่น และยังคงดำรงตำแหน่งนายอำเภอเช่นเดิม
- เหตุผลด้านสถานการณ์: พื้นที่บ้านสร้างยังประสบปัญหาน้ำท่วม จึงต้องจัดทีมบริหารให้เหมาะกับภารกิจเร่งด่วน
- ผู้มีอำนาจพิจารณา: ปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
- จุดยืนของนายกรัฐมนตรี: ยืนยันว่าไม่มีการเมืองและไม่มีการกลั่นแกล้งบุคลากร
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายลดการถกเถียงในประเด็นการโยกย้าย และหันไปให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครนายก เพราะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการฟื้นฟูพื้นที่ควรได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายมากกว่าการขยายความขัดแย้ง
มุมมองที่น่าสนใจจากกรณีนี้คือ การโยกย้ายข้าราชการในช่วงวิกฤตควรสื่อสารเหตุผลและข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม ขณะเดียวกันทุกฝ่ายควรติดตามผลการทำงานหลังการปรับตำแหน่งว่า สามารถช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมและทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้นจริงหรือไม่
หากต้องการติดตามข่าวการเมืองและการบริหารราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชน อย่าลืมติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนแสดงความคิดเห็น
ที่มา – นายกฯ แจงเด้งนอภ.บ้านสร้าง ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ชี้อยู่ที่เดิม5ปีต้องย้าย ลั่นจบได้แล้ว