นายกฯ สั่งเร่งเยียวยา กว่า 1 หมื่นครัวเรือน รับมือฝนใต้
นายกฯ สั่งเร่งเยียวยา กว่า 1 หมื่นครัวเรือน รับมือฝนใต้ หลังประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยกำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เร่งสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ส่งรายชื่อให้ธนาคารออมสิน และโอนเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายกฯ สั่งเร่งเยียวยา กว่า 1 หมื่นครัวเรือน รับมือฝนใต้
การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติครั้งล่าสุด มีการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยภาพรวมระดับน้ำส่วนใหญ่เริ่มลดลงและมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายน้ำได้เต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดในเขตปริมณฑล
นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่ควรแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ของตนเองเท่านั้น แต่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียง เพื่อวางแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกัน หากจำเป็นต้องระบายน้ำข้ามพื้นที่ ทุกฝ่ายจะได้เตรียมความพร้อมและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
นายกฯ สั่งเร่งเยียวยา กว่า 1 หมื่นครัวเรือน เดินหน้าโอนเงินเร็วขึ้น
สำหรับการเยียวยาผู้ประสบภัย ปภ.ได้โอนเงินช่วยเหลือแล้วประมาณ 10,400 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินราว 94 ล้านบาท โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นการโอนเงินที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่ผ่านมา พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งสำรวจและส่งรายชื่อครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ระบบโดยเร็ว
ขั้นตอนสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่ระดับจังหวัด ทั้งชื่อผู้ประสบภัย จำนวนเงิน และการยืนยันว่าครัวเรือนมีตัวตนจริง จากนั้นจึงส่งต่อให้ ปภ. ตรวจสอบภายในและประสานธนาคารออมสินเพื่อดำเนินการโอนเงิน การจัดทำระบบตรวจสอบที่ชัดเจนจะช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อน และทำให้เงินช่วยเหลือเดินทางถึงประชาชนเร็วขึ้น
- จังหวัดเร่งสำรวจครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
- ปภ.ตรวจสอบรายชื่อและจำนวนเงินภายในระบบ
- ประสานธนาคารออมสินให้โอนเงินทันทีเมื่อข้อมูลพร้อม
- ติดตามสถานะการโอนและรายงานปัญหาเพื่อแก้ไขอย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกจังหวัดแข่งขันกันทำงานด้วยความรวดเร็ว เพราะงบประมาณสำหรับการเยียวยามีการจัดเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 การช่วยเหลือจึงไม่ควรล่าช้าจากขั้นตอนด้านเอกสารหรือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ การดำเนินงานต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และกระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม
เตรียมรับมือฝนใต้ เน้นอาหาร น้ำดื่ม และศูนย์พักพิง
นอกจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาคกลางและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว รัฐบาลยังเตือนให้จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมือฝนที่เริ่มเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือเส้นทางคมนาคมอาจถูกตัดขาด ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอ
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคืออาหาร น้ำดื่ม และเส้นทางขนส่ง เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วมรุนแรง สินค้าอุปโภคบริโภคอาจถูกซื้อจนหมดหรือไม่สามารถขนส่งจากพื้นที่อื่นเข้ามาได้ รัฐบาลจึงขอให้หน่วยงานเตรียมเสบียงและจัดระบบกระจายสิ่งของตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนมีอาหารเพียงพอในช่วงวิกฤต
สำหรับถุงยังชีพ ควรพิจารณาสิ่งของให้เหมาะกับสถานการณ์ หากประชาชนยังไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำใช้ การมอบข้าวสารอาจเพิ่มภาระ เพราะไม่สามารถหุงต้มได้ จึงควรเน้นอาหารสำเร็จรูปและน้ำดื่มในระยะแรก เมื่อสถานการณ์เริ่มฟื้นฟูและประชาชนกลับเข้าบ้านได้ จึงค่อยสนับสนุนข้าวสารหรือสิ่งของที่สามารถใช้ต่อเนื่องได้อีก 2-3 วัน
การจัดตั้งศูนย์พักพิงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย และการเข้าถึงของกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ควรมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเพียงพอ รวมถึงมีระบบแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
ประสานข้อมูลระหว่างจังหวัด ลดผลกระทบน้ำท่วม
การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกฝ่ายควรแชร์ข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณฝน ความจุของแหล่งรับน้ำ และแผนการระบายน้ำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ควรจัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน พร้อมแบ่งการประชุมเป็นระดับย่อยระหว่างวัน เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและสั่งการได้ทันที การสื่อสารที่รวดเร็วจะช่วยลดความสับสนและทำให้หน่วยงานภาคสนามปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน
แม้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจำนวนมากจะทำงานต่อเนื่องจนเกิดความเหนื่อยล้า แต่การเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนยังเป็นเรื่องจำเป็น นายกฯ จึงขอให้ทุกฝ่ายมีกำลังใจและเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเน้นการช่วยเหลือที่ตรงจุด รวดเร็ว และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายกฯ สั่งเร่งเยียวยา กว่า 1 หมื่นครัวเรือน รับมือฝนใต้ สะท้อนว่าการแก้ปัญหาภัยพิบัติต้องทำทั้งการเยียวยาหลังเกิดเหตุและการป้องกันล่วงหน้า ประชาชนควรติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานราชการ เตรียมเอกสารที่จำเป็น และแจ้งข้อมูลความเสียหายตามช่องทางที่กำหนด เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ที่มา – นายกฯ กำชับ ปภ.-ผวจ.เร่งสำรวจ โอนเยียวยาแล้วกว่าหมื่นครัวเรือน สั่งรับมือฝนใต้