ทภ.2 ตอกสื่อเขมร ปมเชลยศึกป่วย **พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ**
กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) โต้สื่อเขมร ปั่นข่าวเชลยศึกเป็นฮีโร่ ทั้งที่ความจริงป่วย พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ ย้ำชัดการกระทำของกัมพูชาไร้มนุษยธรรม
จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ “กองทัพภาคที่ 2” ได้โพสต์ข้อความตอบโต้สำนักข่าว Fresh News Daily ของกัมพูชา ที่นำเสนอข่าวว่าทหารชื่อ “ซึม ซ็อมแอง” ซึ่งถูกทหารไทยจับกุมและได้รับการปล่อยตัว ได้กลับมาฟื้นตัวและประจำการอยู่แนวหน้าอีกครั้ง โดยยกย่องว่าเป็น “จิตวิญญาณความกล้าหาญที่แข็งแกร่งที่สุดของฮีโร่ ทหารกัมพูชา ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ภายใต้สถานการณ์ใดๆ”
ทภ.2 ชี้แจงว่า ร.ต.ซึม ซ็อมแอง คือเชลยศึกที่ถูกควบคุมตัวในช่วงการสู้รบระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และได้รับการปล่อยตัวกลับไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากอาการป่วยหนักและมีอาการทางระบบประสาทหรือจิตเวช ทางการไทยจึงได้ส่งตัวกลับเพื่อให้เข้ารับการรักษาต่อในประเทศกัมพูชา โดย ร.ต.ซึม ซ็อมแอง มีอาการป่วย พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ จากความเครียดในระหว่างการทำการรบ และได้ลงนามในเอกสารสัญญาว่าจะไม่กลับเข้าทำการรบอีก
นอกจากนี้ ทภ.2 ยังระบุว่าระหว่างการถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ไทยได้จัดหารองเท้าให้ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง ใส่อยู่หลายครั้ง แต่เจ้าตัวไม่ยอมใส่ จนฝ่ายกัมพูชาออกข่าวบิดเบือนว่าไทยกลั่นแกล้งไม่ให้ใส่รองเท้า
ทภ.2 เน้นย้ำว่าการที่กัมพูชานำบุคคลที่มีอาการทางจิตเวช เสียสติ หรือสภาพจิตใจไม่ปกติ มาเข้าทำการรบ ถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และการกระทำเช่นนี้ยิ่งเป็นการยืนยันว่าการปล่อยตัวเชลยศึกที่เหลืออีก 18 ราย ไม่สามารถกระทำได้จนกว่าความเป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดลง
ทภ.2 ย้ำชัด เชลยศึกป่วย พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ
ทภ.2 ยังได้อ้างอิงหลักการสากลที่เกี่ยวข้องดังนี้:
- อดีตเชลยศึกไม่ควรถูกบังคับกลับเข้าสู่การรบโดยทันทีหลังการปล่อยตัว ตามอนุสัญญาเจนีวา
- บุคคลที่มีภาวะปัญหาสุขภาพจิตหรือสงสัยว่ามีอาการ PTSD ถือว่าเป็นผู้เปราะบาง (Vulnerable person)
- การนำผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วยทางจิตเข้าสู่สนามรบโดยไม่ผ่านการรักษาและประเมินความพร้อม ถือเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- การใช้งานทหารหรือบุคคลในสภาพไม่พร้อมรบทางกายหรือทางจิตใจ อาจเข้าข่ายการละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน
พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ: ผลกระทบต่อการรบ
อาการ พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร การตัดสินใจผิดพลาด และการขาดสติสัมปชัญญะ อาจนำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การนำผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวกลับสู่สนามรบจึงเป็นการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ตามมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม การนำบุคคลที่มีภาวะผิดปกติทางจิต หรือสงสัยว่ามีอาการ PTSD กลับไปปฏิบัติการรบ โดยไม่ได้รับการรักษา และประเมินความพร้อมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายไม่เป็นมนุษยธรรม
การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจในหลักการด้านมนุษยธรรม และอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของนานาชาติ
ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี ประเทศไทยหวังว่ากัมพูชาจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของทหาร รวมถึงปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัด