ผบ.ตร. สั่งเอาผิด ร.ต.ต.พัทยาเมาปืนดุ ยิงร้านกัญชา
เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในย่านบันเทิงชื่อดังของพัทยา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมาสุรา ชักปืนข่มขู่และลงมือยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิต สร้างความโกลาหลให้กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ถนนวอล์กกิ้งสตรีท จังหวัดชลบุรี ล่าสุด ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว
ผบ.ตร. สั่งเอาผิด ร.ต.ต.พัทยาเมาปืนดุ
จากรายงานล่าสุด ผบ.ตร. สั่งเอาผิด ร.ต.ต.พัทยาเมาปืนดุ อย่างจริงจังทั้งทางวินัยและอาญา หลังจากเกิดเหตุร้ายเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ร.ต.ต.จีระศักดิ์ อายุ 54 ปี ผู้เสียหายสังกัด สภ.เมืองพัทยา มีอาการมึนเมาสุราเต็มที่ ขณะนั่งดื่มในสถานบันเทิงย่านวอล์กกิ้งสตรีท ได้เกิดปากเสียงกับกลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะ จากนั้นชักปืนพกส่วนตัวขึ้นมาข่มขู่ทุกคน และยิงเข้าไปในสถานบันเทิงใกล้เคียง โชคดีที่ครั้งแรกกระสุนพลาดเป้าไม่มีใครบาดเจ็บ
แต่เรื่องราวไม่จบแค่นั้น เมื่อ นายภัทรธร อายุ 41 ปี เจ้าของร้านกัญชา ที่อยู่ใกล้เคียง พยายามเข้าไปห้ามปราม โดยยกมือไหว้ขอร้องให้เก็บปืนลง ทว่า ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ไม่ยอมฟัง กลับใช้อาวุธปืนยิงใส่ 2 นัดตรงเข้าที่ลำตัว จนนายภัทรธร ล้มลงกับพื้นทันที กลุ่มเพื่อนและพนักงานรีบปฐมพยาบาล ทำปั๊มหัวใจ ก่อนส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากกระสุนตัดขั้วหัวใจ สาเหตุเกิดเวลาประมาณ 01.20 น.
ผบ.ตร. สั่งเอาผิด ร.ต.ต.พัทยาเมาปืนดุ อย่างไรบ้าง
ความคืบหน้าในวันเดียวกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้มอบหมายให้ติดตามตรวจสอบกรณีนี้อย่างใกล้ชิด โดยรับรายงานจาก พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา
เจ้าหน้าที่สายตรวจที่ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืน รีบไปถึงที่เกิดเหตุ พบกู้ภัยกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันทีที่เกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุทั้งกลุ่มนั่งดื่มด้วยกัน ปากเสียงกันจนถึงขั้นชักปืน
- ขั้นตอนการเกิดเหตุ: นั่งดื่มร่วมโต๊ะ → ปากเสียง → ชักปืนขู่ → ยิงพลาด → ผู้เสียหายเข้าไปห้าม → ถูกยิง 2 นัด
- ผลกระทบ: ผู้เสียชีวิต 1 ราย, สร้างความตื่นตระหนกในย่านท่องเที่ยว
- การดำเนินการเบื้องต้น: ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ, สอบสวนพยาน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กำชับให้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการทางกฎหมายและวินัยกับ ร.ต.ต.ผู้ก่อเหตุอย่าง เฉียบขาดทันที รวมถึงตรวจสอบการกำกับดูแลวินัยตำรวจ ตามคำสั่งมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติของข้าราชการตำรวจ อย่างเคร่งครัด ไม่ละเว้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในย่านวอล์กกิ้งสตรีท ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของพัทยา มีร้านกัญชาและสถานบันเทิงจำนวนมาก หลังกฎหมายกัญชาเสรี ผู้ประกอบการร้านกัญชาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็มาพร้อมปัญหาความมั่นคง หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่รักษาวินัย อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการใช้ปืนส่วนตัวของตำรวจที่ต้องตรวจสอบว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่ รวมถึงการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดของผู้ก่อเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีฆาตกรรมโดยเจตนาและละเมิดวินัยร้ายแรง
ปัญหาตำรวจเมาแล้วก่อเหตุไม่ใช่ครั้งแรกในพัทยา ที่ผ่านมาเคยมีเหตุคล้ายกันหลายครั้ง สะท้อนถึงช่องโหว่ในการควบคุมพฤติกรรมนอกเวลางานของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งเสริมสร้างการฝึกอบรมและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
สุดท้าย เหตุการณ์ ผบ.ตร. สั่งเอาผิด ร.ต.ต.พัทยาเมาปืนดุ นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกการกระทำต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่นของประชาชน การบังคับใช้กฎหมายต้องเริ่มจากตัวเองก่อน หากปล่อยให้เกิดซ้ำ จะยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? การลงโทษทางวินัยเพียงพอหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจเมาหนัก จู่ๆชักปืนขึ้นมาขู่ทุกคน ก่อนยิงเจ้าของร้านกัญชาจนเสียชีวิต กลางวอล์กกิ้งสตรีท
ที่มา – ผบ.ตร. สั่งเอาผิดวินัย-อาญา ร.ต.ต.โรงพักพัทยา เมาปืนดุ ยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิต