ทนายตั้มยื่นหลักฐานเพิ่ม ปมกัน จอมพลัง
ทนายตั้มยื่นหลักฐานเพิ่ม ปมกัน จอมพลัง หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อให้ปากคำและส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม กรณีตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการระดมทุนของกัน จอมพลัง และมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับการใช้เงินบริจาค การจัดซื้อสิ่งของ และเส้นทางการเงินที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
การยื่นหลักฐานครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่าย รวมถึงเอกสาร บัญชีธนาคาร พยานบุคคล และข้อมูลการรับมอบสิ่งของ ก่อนพิจารณาว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวถึงยังมีสิทธิ์ชี้แจงและนำหลักฐานมาสนับสนุนข้อเท็จจริงของตนเองได้อย่างเต็มที่
ทนายตั้มยื่นหลักฐานเพิ่ม ปมกัน จอมพลัง
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เปิดเผยว่า ประเด็นที่ขอให้ DSI ตรวจสอบมีหลายด้าน เริ่มจากการรับบริจาคว่าเงินถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้หรือไม่ รวมถึงการจัดซื้อสินค้าในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดหรือมีส่วนต่างที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ โดยข้อมูลทั้งหมดจะต้องผ่านการพิสูจน์จากเอกสารและพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้
- ตรวจสอบวัตถุประสงค์และการใช้เงินบริจาค
- ตรวจสอบราคาสินค้าและเงื่อนไขการจัดซื้อ
- ตรวจสอบบริษัทที่อาจเกี่ยวข้องกับการรับหรือใช้เงิน
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารและเส้นทางการโอนเงิน
- สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง อดีตผู้ร่วมงาน และพยานที่มีข้อมูล
ทนายตั้มยื่นหลักฐานเพิ่ม ปมกัน จอมพลัง กับข้อสงสัยเรื่องสิ่งของบริจาค
หนึ่งในหลักฐานที่ถูกพูดถึงคือเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งมีการรับบริจาคในช่วงเกิดเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม โดยมีข้อสงสัยว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว สิ่งของเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังสถานที่ใด และมีการทำบัญชีแจกแจงอย่างโปร่งใสหรือไม่
ทนายตั้มระบุว่า มีผู้พบเห็นเครื่องปรับอากาศลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งของที่เปิดรับบริจาคอยู่ภายในสตูดิโอส่วนตัวแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทำกิจกรรมไลฟ์สดและขายสินค้า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นสิ่งของชุดเดียวกันหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบเอกสารการรับมอบ การส่งต่อ และการใช้งานให้ชัดเจน
อีกประเด็นคือรถโฟล์คลิฟต์ที่มีการเปิดรับบริจาคเพื่อใช้ช่วยเหลือภารกิจบริเวณชายแดน โดยมีข้อสังเกตว่ารถคันดังกล่าวอาจถูกนำไปจอดหรือใช้งานในสถานที่ส่วนตัว ทนายตั้มจึงต้องการให้ DSI ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ วัตถุประสงค์การบริจาค สัญญาการส่งมอบ และการใช้ประโยชน์ของรถอย่างเป็นทางการ เพื่อแยกแยะระหว่างการใช้เพื่อสาธารณะกับการใช้ในกิจการส่วนตัว
นอกจากเรื่องสิ่งของแล้ว ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้บริษัทตัวแทน บัญชีบุคคลอื่น และบัญชีที่อาจถูกใช้รับโอนเงินแทนผู้ดำเนินงานจริง การตรวจสอบเรื่องนี้จำเป็นต้องดูข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน เช่น รายชื่อกรรมการบริษัท รายการเดินบัญชี ความสัมพันธ์ระหว่างผู้โอนกับผู้รับ และการเบิกจ่ายเงินหลังจากได้รับบริจาค
ทนายตั้มยังกล่าวถึงพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่ามีการบล็อกผู้แสดงความคิดเห็นหรือผู้ที่ตั้งคำถาม รวมถึงมีการเผยแพร่คลิปกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ประเด็นเหล่านี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการนำเสนอข้อมูลในโลกออนไลน์อาจมีทั้งข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และการตีความที่แตกต่างกัน ประชาชนจึงควรตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนสรุปว่าใครผิดหรือถูก
สำหรับขั้นตอนต่อไป DSI จะบันทึกถ้อยคำและรวบรวมหลักฐานจากผู้ร้อง ก่อนพิจารณาเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง รวมถึงผู้มีชื่อในบัญชีรับโอนเงิน ผู้จัดซื้อสินค้า ผู้รับมอบสิ่งของ และผู้ที่เคยร่วมงานกับมูลนิธิ หากพบข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอ เจ้าหน้าที่อาจขยายผลไปยังเส้นทางการเงินหรือประเด็นอื่นที่เชื่อมโยงกัน
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การรับบริจาคในยุคโซเชียลมีเดียควรมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ผู้จัดระดมทุนควรประกาศวัตถุประสงค์ จำนวนเงินที่ได้รับ รายการใช้จ่าย และหลักฐานการส่งมอบสิ่งของอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันผู้บริจาคก็ควรเก็บหลักฐานการโอนเงินและติดตามรายงานผล เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดประโยชน์กับผู้รับอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด ทนายตั้มยื่นหลักฐานเพิ่ม ปมกัน จอมพลัง เป็นเรื่องที่ต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรตัดสินจากคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การเปิดเผยเอกสารอย่างโปร่งใสและการให้ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจงจะช่วยให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงมากขึ้น หากพบความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่มีความผิด ข้อมูลจากการสอบสวนก็จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานเพื่อสังคมได้เช่นกัน
ที่มา – ‘ทนายตั้ม’ ยื่นหลักฐานเพิ่ม ปม ‘กัน จอมพลัง’ ระดมทุน-แอร์บริจาค-รถโฟล์คลิฟต์ สงสัยเงินบริจาค