จีนคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย ตอบโต้ EU

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อจีนประกาศมาตรการตอบโต้สหภาพยุโรป (EU) ด้วยการคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย ได้แก่ ธนาคารยูเอบี เออร์โบ แบงกัส (UAB Urbo Bankas) และมาโน แบงกัส เอบี (Mano Bankas AB) การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ที่ EU ได้รวมสถาบันการเงินของจีน 2 แห่งในมาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย นับเป็นการตอบโต้ทางการค้าและการเมืองที่น่าจับตามอง

จีนคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย ตอบโต้ EU แซงก์ชัน

กระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าธนาคารทั้งสองแห่งของลิทัวเนียจะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมมือกับบุคคลหรือสถาบันใด ๆ ในประเทศจีนอีกต่อไป มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ทันที และส่งสัญญาณเตือนไปยังประเทศอื่น ๆ ที่อาจพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับจีนในอนาคต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ EU ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลและบริษัทที่ให้การสนับสนุนรัสเซียในความขัดแย้งกับยูเครน มาตรการดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทจีนหลายแห่ง แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนจะไม่ได้ระบุชื่อสถาบันการเงินจีนที่ถูกคว่ำบาตรอย่างชัดเจน

ทางกระทรวงยังระบุอีกว่า EU ได้เพิกเฉยต่อจุดยืนที่จริงจังของจีน และยังคงเพิ่มสถาบันการเงินจีน 2 แห่งเข้าไปในรายชื่อบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร โดยอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับรัสเซีย การกระทำนี้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีน และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับ EU รวมถึงความร่วมมือทางการเงิน

ทำไมจีนถึงตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย?

เหตุผลหลักคือการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทจีนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของ EU จีนมองว่าการกระทำของ EU เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน และเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย การตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยัง EU ว่าจีนจะไม่ยอมให้ถูกกดดัน และพร้อมที่จะตอบโต้หากจำเป็น

นอกจากนี้ มีการวิเคราะห์ว่าจีนอาจต้องการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซีย แม้ว่าจะไม่ได้ให้การสนับสนุนทางการทหารโดยตรง แต่จีนก็ยังคงรักษาสัมพันธไมตรีทางเศรษฐกิจและการค้ากับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง การออกมาปกป้องบริษัทจีนที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนรัสเซีย จึงเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้

องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เคยกล่าวหาว่าจีนเป็น “ผู้สนับสนุนที่มีอำนาจชี้ขาด” ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยอ้างว่าบริษัทจีนจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่รัสเซีย แม้ว่าจีนจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าการค้าขายระหว่างจีนและรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งขัน

การคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและชาติตะวันตก ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรนี้ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและลิทัวเนียสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของลิทัวเนียในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างจีนและสหภาพยุโรปมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าการคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจีนและชาติตะวันตก

ที่มา – จีนคว่ำบาตร 2 แบงก์ลิทัวเนีย ตอบโต้ EU แซงก์ชัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *