ขุนคลังสหรัฐฯ ปัดจีนลงทุน แลกดีลการค้า
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่า จีนจะลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้า เนื่องจากหลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องลดการพึ่งพาจีน
เบสเซนต์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ เมื่อวันอังคาร (12 ส.ค.) โดยเขาเชื่อว่า การลงทุนจากจีนจะไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แม่เหล็กแร่หายาก ยา หรือเหล็กกล้า เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการหรือเงินทุนจากการเข้าซื้อกิจการจะมุ่งตรงไปยังอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งหลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องลดการพึ่งพาจีน
การแสดงความเห็นดังกล่าวของเบสเซนต์สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งรวมถึงประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขณะเดียวกัน เบสเซนต์ยังเปิดเผยด้วยว่า เขามีแผนจะพบปะหารือกับเจ้าหน้าที่จีนอีกครั้งภายใน 2–3 เดือนข้างหน้า พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการให้จีนดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตเฟนทานิล ก่อนที่สหรัฐฯ จะพิจารณาลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว ตามที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยประกาศไว้
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อขยายเวลาชะลอการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนออกไปอีก 90 วัน จนถึงวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งการขยายระยะเวลาสงบศึกทางการค้านี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายมีเวลามากขึ้นในการหาข้อตกลงร่วมกัน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้ว่าจะมีสัญญาณของการเจรจาและการผ่อนปรนทางการค้าบ้าง แต่ประเด็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จีนจะลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงระมัดระวังในการ التعامل กับจีนในด้านการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
ขุนคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธความเป็นไปได้จีนลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีนในอนาคต อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
ทำไมขุนคลังสหรัฐฯ ถึงปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จีนจะลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า?
เหตุผลหลักที่ขุนคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จีนจะลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า คือความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ สหรัฐฯ มองว่าการลงทุนของจีนในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แม่เหล็กแร่หายาก และยา อาจทำให้จีนมีอำนาจควบคุมเหนืออุตสาหกรรมเหล่านี้ และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในระยะยาว
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการจารกรรมทางเศรษฐกิจของจีน การที่จีนเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ อาจทำให้จีนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูลที่เป็นความลับของสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการจารกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ก็อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีนในอนาคต สหรัฐฯ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม
โดยสรุปแล้ว ประเด็นเรื่อง ขุนคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธความเป็นไปได้จีนลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีหลายแง่มุมที่ต้องพิจารณา สหรัฐฯ ต้องพยายามรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองกับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน
ที่มา – ขุนคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธความเป็นไปได้จีนลงทุนในสหรัฐฯ แลกดีลการค้า