กรมอุตุเตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก 26 จังหวัด
กรมอุตุเตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก 26 จังหวัด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคใต้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง พร้อมมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ช่วงวันที่ 21-25 ตุลาคม 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมีลมกระโชกแรงในบางพื้นที่
กรมอุตุเตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก 26 จังหวัด ต้องระวังพื้นที่ใดบ้าง
ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด โดยประชาชนควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และเส้นทางที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เพราะฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี และนราธิวาส มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อาจมีฝนตกหนักมาก
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ตรังและสตูลต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมาก
- ภาคกลาง: พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีฝนฟ้าคะนองเป็นบางช่วง
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ อาจเกิดฝนตกหนักในบางช่วงและทำให้การจราจรติดขัด
กรมอุตุเตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก กระทบการเดินทางอย่างไร
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงนี้ ควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านและเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ ฝนตกหนักอาจทำให้ถนนบางสายมีน้ำท่วมขัง ทัศนวิสัยลดลง และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบเส้นทางมีน้ำไหลผ่านหรือระดับน้ำสูง ควรหลีกเลี่ยงและเลือกใช้เส้นทางอื่นแทน
ประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาควรสังเกตความผิดปกติ เช่น น้ำในลำห้วยเปลี่ยนสี มีเศษกิ่งไม้ไหลมากับน้ำ หรือได้ยินเสียงดังจากภูเขา เพราะอาจเป็นสัญญาณของน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ควรเตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของจำเป็นไว้ในจุดที่หยิบได้สะดวก พร้อมวางแผนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากมีประกาศแจ้งเตือน
สาเหตุของสภาพอากาศครั้งนี้มาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ขณะเดียวกันมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและเพิ่มโอกาสการก่อตัวของฝนในหลายพื้นที่
สภาพอากาศแต่ละภาคในช่วง 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้: ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยทะเลบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือจึงควรเพิ่มความระมัดระวัง
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ผู้ใช้รถควรเผื่อเวลาและตรวจสอบสภาพการจราจรควบคู่กัน
คำแนะนำสำหรับประชาชนและชาวเรือ
ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมอาจแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เรือขนาดเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงที่มีประกาศเตือน ส่วนประชาชนทั่วไปควรติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยสรุป กรมอุตุเตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก 26 จังหวัด เป็นการแจ้งเตือนให้ทุกคนวางแผนชีวิตและการเดินทางอย่างรอบคอบในช่วงวันที่ 20-25 ตุลาคม 2569 หากจำเป็นต้องเดินทางควรเตรียมอุปกรณ์กันฝน ตรวจสอบเส้นทาง และไม่ฝืนผ่านบริเวณน้ำท่วม การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้รับมือกับสภาพอากาศได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ที่มา – กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 7 ฝนตกหนัก วันนี้ 26 จว.-กทม.ปริมณฑล ฝนหนักมากบริเวณไหนบ้าง