กรมควบคุมโรคจับตาอีโบลาระบาดแอฟริกา ไทยเสี่ยงต่ำ
กรมควบคุมโรคจับตาอีโบลาระบาดแอฟริกา ไทยเสี่ยงต่ำ หลังมีรายงานการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวมถึงพบผู้ป่วยนำเข้าในประเทศเคนยาและไนจีเรีย หน่วยงานสาธารณสุขของไทยจึงเร่งติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และเตรียมระบบคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
กรมควบคุมโรคจับตาอีโบลาระบาดแอฟริกา ไทยเสี่ยงต่ำ
อธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงจากโรคอีโบลาอยู่ในระดับต่ำ แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศอาจทำให้เกิดผู้ป่วยนำเข้าได้ กรมควบคุมโรคจะติดตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ พร้อมประสานโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้เตรียมความพร้อมในการคัดกรองและดูแลผู้ที่มีอาการเข้าข่าย
แนวทางสำคัญคือการซักประวัติการเดินทาง ประวัติการสัมผัสผู้ป่วย และประวัติการทำงานหรือกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้ป่วยสงสัย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแยกผู้ป่วย ตรวจวินิจฉัย และส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาตามมาตรฐาน เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้ใกล้ชิดและบุคลากรทางการแพทย์
กรมควบคุมโรคจับตาอีโบลาระบาดแอฟริกา ไทยเสี่ยงต่ำ พร้อมคัดกรองผู้เดินทาง
โรคอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย การแพร่เชื้อแตกต่างจากโรคโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ เพราะไม่ได้แพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือฝอยละอองในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จึงเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ
ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ซึ่งอ้างอิงรายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป ระบุว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 9,552 ราย และเสียชีวิต 4,602 ราย ส่วนประเทศเคนยาพบผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อนอกกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเชื่อมโยงกัน ขณะที่ไนจีเรียพบผู้ป่วยนำเข้า 1 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนแหล่งรับเชื้อ
แม้ตัวเลขผู้ป่วยในบางประเทศจะสร้างความกังวล แต่ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน องค์การอนามัยโลกยังไม่มีคำแนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับประเทศที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแผนเดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนออกเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด
คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปพื้นที่เสี่ยง
- ติดตามประกาศจากกรมควบคุมโรค องค์การอนามัยโลก และหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศปลายทาง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย เลือด สารคัดหลั่ง รวมถึงเสื้อผ้า เครื่องนอน หรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนเชื้อ
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือใช้แอลกอฮอล์เจลหลังสัมผัสสิ่งของในพื้นที่สาธารณะ
- หากมีอาการป่วยระหว่างเดินทาง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
- หลังเดินทางกลับ หากมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน หรือท้องเสีย ควรรีบพบแพทย์
- แจ้งประวัติการเดินทางและประวัติการสัมผัสเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์อย่างละเอียด
อาการที่ควรเฝ้าระวังและการพบแพทย์
อาการเริ่มต้นของโรคอีโบลาอาจมีลักษณะคล้ายโรคติดเชื้อทั่วไป เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน หรือท้องเสีย ต่อมาอาจมีอาการรุนแรงขึ้น ผู้ที่มีอาการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะติดเชื้ออีโบลาเสมอไป แต่หากมีประวัติเดินทางจากพื้นที่ที่มีการระบาดหรือสัมผัสผู้ป่วยในช่วงที่ผ่านมา ควรแจ้งข้อมูลกับแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม
การแจ้งประวัติอย่างตรงไปตรงมาช่วยให้โรงพยาบาลสามารถจัดระบบคัดกรอง แยกผู้ป่วย และเลือกวิธีตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการสัมผัสโดยไม่จำเป็นของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยรายอื่น การป้องกันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เดินทางและประชาชนทุกคน
กรมควบคุมโรคจับตาอีโบลาระบาดแอฟริกา ไทยเสี่ยงต่ำ แต่สถานการณ์ยังควรติดตามอย่างสม่ำเสมอ ประชาชนควรใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่แชร์ข่าวลือ และไม่ตีตราผู้เดินทางหรือผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพและแจ้งข้อมูลการเดินทางอย่างครบถ้วน ไทยก็จะสามารถลดความเสี่ยงและรับมือผู้ป่วยนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามประกาศจากกรมควบคุมโรคและหน่วยงานทางการอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลตนเองอย่างเหมาะสมและร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดโดยไม่ตื่นตระหนก
ที่มา – กรมควบคุมโรค จับตา ‘อีโบลา’ ระบาดแอฟริกา ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ เร่งคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ