จีนเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งเข้าร่วมธุรกรรม หวังผลักดันการใช้หยวนดิจิทัล

จีนกำลังเร่งเครื่องผลักดันหยวนดิจิทัลอย่างจริงจัง ด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มอีก 12 แห่งเข้ามาดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดนี้คือข่าวใหญ่ที่สะท้อนกลยุทธ์ของรัฐบาลจีนในการครองอิทธิพลด้านการเงินดิจิทัลระดับโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายฐานผู้ใช้ แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันกับระบบการเงินตะวันตก
จีนเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งเข้าร่วมธุรกรรม หวังผลักดันการใช้หยวนดิจิทัล
ธนาคารกลางแห่งประชาชนจีน (PBOC) ได้คัดเลือกธนาคารใหม่ 12 แห่ง เพื่อเสริมทัพจากธนาคารเดิม 10 แห่งที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว ทำให้ตอนนี้มีธนาคารที่สามารถจัดการธุรกรรมหยวนดิจิทัลได้มากถึง 22 แห่ง การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามเร่งรัดการนำหยวนดิจิทัลหรือ e-CNY ไปใช้ในชีวิตประจำวันและธุรกิจ
รายชื่อธนาคารใหม่ที่เข้าร่วมธุรกรรมหยวนดิจิทัล
- ธนาคารพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Pudong Development Bank)
- ธนาคารไชน่า เอเวอร์ไบรท์ (China Everbright Bank)
- ธนาคารนิงโป (Bank of Ningbo)
- ธนาคารอื่นๆ ที่ได้รับเลือก เช่น ธนาคารหังโจว และธนาคารขนาดกลางอื่นๆ
ธนาคารเหล่านี้จะช่วยขยายเครือข่ายการใช้งานหยวนดิจิทัล โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและเมืองรองที่ยังไม่ครอบคลุมมากนัก
ทำไมจีนถึงผลักดันหยวนดิจิทัลอย่างหนัก
แม้จีนจะเปิดตัวหยวนดิจิทัลตั้งแต่ปี 2562 แต่การใช้งานจริงยังชะงักงัน เพราะประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มอย่าง Alipay และ WeChat Pay ที่สะดวกและถูกกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าจุดแข็งของหยวนดิจิทัลอยู่ที่การชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาระบบ SWIFT และดอลลาร์สหรัฐ ลดต้นทุนการโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ จีนยังปราบปรามคริปโตเคอร์เรนซีและสเตเบิลคอยน์อย่างเข้มงวด เพื่อให้หยวนดิจิทัลเป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักเพียงสกุลเดียวที่ถูกกฎหมาย สะท้อนถึงนโยบายควบคุมจากส่วนกลางที่เข้มแข็ง
เปรียบเทียบกับนโยบายสหรัฐอเมริกา
ที่น่าสนใจคือ จีนกับสหรัฐฯ มีแนวทางตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี แต่กลับต่อต้านดอลลาร์ดิจิทัล (CBDC) ในขณะที่จีนเดินหน้าหยวนดิจิทัลเต็มสูบ การเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งนี้จึงเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการแข่งขันมหาอำนาจการเงิน
ในอนาคต หยวนดิจิทัลอาจถูกใช้ในโครงการ Belt and Road Initiative เพื่อค้าขายกับประเทศพันธมิตรกว่า 140 ประเทศ ช่วยเพิ่มอิทธิพลของจีนในเศรษฐกิจโลก นักวิเคราะห์คาดว่าภายใน 2-3 ปี การใช้งานอาจพุ่งสูง หากมีการเชื่อมต่อกับระบบธนาคารกลางอื่นๆ
การเคลื่อนไหวจีนเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งเข้าร่วมธุรกรรม หวังผลักดันการใช้หยวนดิจิทัลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นกลยุทธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก หากคุณเป็นนักลงทุนหรือสนใจ fintech ควรจับตาใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อตลาดคริปโตและการค้าทั่วโลก ลองทดลองใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลจีนดูสิ แล้วคุณจะเห็นศักยภาพที่แท้จริง
ติดตามข่าวสารอัปเดตเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนคริปโตได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดโอกาสสำคัญ!
ที่มา – จีนเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งเข้าร่วมธุรกรรม หวังผลักดันการใช้หยวนดิจิทัล