UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก

UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD ได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์การสัญจรทางทะเลที่ชะงักงันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงาน การขนส่งทางเรือ และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก สถานการณ์นี้เกิดจากการยกระดับปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค ทำให้เรือบรรทุกสินค้าต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางสำคัญนี้

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เพราะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 1 ใน 4 ของปริมาณทั้งหมด นอกจากนี้ยังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และปุ๋ยในปริมาณมหาศาล เมื่อเกิดวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเวลาอันสั้น ตลาดการเงินทั่วโลกจึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว

UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ: ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

UNCTAD วิเคราะห์ว่าผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่พลังงานเท่านั้น เพราะการค้าปุ๋ยทางทะเลถึง 1 ใน 3 ต้องผ่านช่องแคบนี้ หากเกิดปัญหา กลุ่มประเทศยากจนจะได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากขาดแคลนปุ๋ย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่สูงขึ้นจะดันราคาอาหารให้แพงขึ้น สร้างวิกฤตค่าครองชีพที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม

โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาที่กำลังเผชิญภาระหนี้สูงและต้นทุนกู้ยืมแพง ทำให้รับมือราคาสินค้าที่พุ่งไม่ไหว UNCTAD จึงเน้นย้ำให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลต่อเศรษฐกิจเปราะบาง

ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน กว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่รองรับน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 20% ของการบริโภคโลก หากปิดกั้นชั่วคราว ราคาน้ำมันอาจพุ่งไป 100 ดอลลาร์ได้ง่ายๆ นอกจากน้ำมันแล้ว LNG จากกาตาร์ที่ส่งออก 1 ใน 3 ของโลกก็ผ่านที่นี่เช่นกัน

  • ผลกระทบต่อพลังงาน: ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มพุ่ง ส่งผลถึงผู้บริโภคทั่วโลก
  • ผลกระทบต่อการเกษตร: ปุ๋ยขาดแคลน ราคาอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียใต้
  • ผลกระทบต่อการขนส่ง: ค่าเช่าเรือเพิ่ม ค่าประกันภัยแพง ห่วงโซ่อุปทานชะงัก
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: GDP โลกอาจหดตัว 0.5-1% หากยืดเยื้อ

จากประวัติศาสตร์ ปี 2019 เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง 4% ในวันเดียว สถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงกว่าเพราะความตึงเครียดทางทหารระหว่างอิหร่านและชาติอื่นๆ

แนวทางรับมือวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

UNCTAD แนะนำให้รัฐบาลและธุรกิจกระจายเสี่ยง โดยหาเส้นทางสำรอง เช่น รอบแอฟริกา หรือเพิ่มสต็อกสินค้า สำหรับไทยที่นำเข้าน้ำมัน 80% ควรเร่งเจรจาสัญญาระยะยาวและพัฒนาพลังงานทดแทน เพื่อลดความเสี่ยงจาก UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก

สถานการณ์นี้เตือนใจว่าห่วงโซ่อุปทานโลกเปราะบางเพียงใด การเมืองภูมิภาคสามารถสั่นคลอนเศรษฐกิจได้ทันที ธุรกิจไทยควรติดตามใกล้ชิดและปรับแผนรับมือ

คำแนะนำ: ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกกับเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้า

ที่มา – UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *