UN ชี้อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา
คณะกรรมการไต่สวนของสหประชาชาติ (UN) ได้ข้อสรุปว่า อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล รวมถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เป็นผู้ยุยงให้เกิดการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่อิสราเอลตอบโต้ว่าน่าอัปยศ
รายงานของ UN อ้างถึงขอบเขตการสังหาร การปิดกั้นความช่วยเหลือ การบังคับพลัดถิ่น และการทำลายคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก เพื่อสนับสนุนข้อสรุปเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและองค์กรอื่น ๆ
“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซากำลังเกิดขึ้น” นาวี พิลเลย์ ประธานคณะกรรมการไต่สวนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และอดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ กล่าว “ความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันโหดร้ายเหล่านี้ตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของอิสราเอล ผู้บงการปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาเกือบสองปี ด้วยเจตนาที่จะทำลายล้างกลุ่มชาวปาเลสไตน์ในกาซาโดยเฉพาะ”
คณะกรรมการชุดนี้เป็นองค์กรอิสระและไม่ได้เป็นท่าทีอย่างเป็นทางการของ UN โดยปัจจุบัน UN ยังไม่ได้ใช้คำว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่กำลังเผชิญแรงกดดันให้ใช้คำดังกล่าวเพิ่มขึ้น
ด้านแดเนียล เมรอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำ UN ณ นครเจนีวา เรียกรายงานฉบับนี้ว่า “น่าอัปยศ” และ “ปลอม” โดยกล่าวหาว่าจัดทำขึ้นโดย “ตัวแทนของกลุ่มฮามาส”
“อิสราเอลขอปฏิเสธรายงานที่ใส่ร้ายป้ายสีฉบับนี้อย่างสิ้นเชิง” เมรอนกล่าวกับผู้สื่อข่าว
อิสราเอลกล่าวหาคณะกรรมการชุดนี้ว่ามีวาระทางการเมืองต่อต้านตนและทำงานนอกเหนืออำนาจหน้าที่ จึงปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ พบว่าอิสราเอลได้กระทำตามองค์ประกอบการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปแล้ว 4 ข้อ ได้แก่ การฆ่า การก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายหรือจิตใจ การจงใจสร้างสภาวะความเป็นอยู่ที่มุ่งทำลายล้างชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดหรือบางส่วน และการใช้มาตรการเพื่อยับยั้งการเกิด
คณะกรรมการฯ อ้างหลักฐานจากการสัมภาษณ์ผู้เสียหาย พยาน แพทย์ รวมถึงเอกสารจากข้อมูลเปิด (open-source) ที่ผ่านการตรวจสอบ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่รวบรวมมาตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
คณะกรรมการฯ ยังสรุปด้วยว่า ถ้อยแถลงของเนทันยาฮูและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เป็น “หลักฐานโดยตรงที่บ่งชี้เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โดยอ้างถึงจดหมายที่เขาเขียนถึงทหารอิสราเอลในเดือนพ.ย. 2566 ซึ่งเปรียบเทียบปฏิบัติการในกาซากับสิ่งที่คณะกรรมการเรียกว่า “สงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อการทำลายล้างอย่างสิ้นซาก” ในพระคัมภีร์ฮีบรู
ทั้งนี้ รายงานยังระบุชื่อประธานาธิบดีไอแซค เฮอร์ซอก และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมโยอาฟ กัลแลนต์ ของอิสราเอลด้วย
UN ชี้อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา
รายงานฉบับนี้เป็นผลมาจากการไต่สวนอย่างละเอียด โดยคณะกรรมการได้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เพื่อสนับสนุนข้อสรุปที่ว่าอิสราเอลได้กระทำการที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา
ความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในกาซาเป็นสิ่งที่น่าสลดใจ การพิจารณาข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
การที่คณะกรรมการ UN ออกมาเปิดเผยผลการไต่สวนในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเมืองระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายในอนาคต
- การตอบสนองของนานาชาติต่อรายงานฉบับนี้จะเป็นอย่างไร
- ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอิสราเอล
- ความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีอาญาระหว่างประเทศ
สถานการณ์ในกาซายังคงมีความซับซ้อนและเปราะบาง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืนยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่
การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยุติธรรมและยั่งยืน
ที่มา – คกก.ไต่สวน UN ชี้ อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา โดยมีเนทันยาฮู-จนท.ระดับสูงยุยง