Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore ก่อนเดดไลน์

Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการเหมืองแร่โลก หลังทั้งสองยักษ์ใหญ่เตรียมประกาศขยายระยะเวลาการเจรจา ก่อนถึงเดดไลน์ตามกฎสหราชอาณาจักรในวันนี้ (5 ก.พ.) ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสกังวลจากนักลงทุนที่ต้องการเห็นภาพชัดเจนว่าดีลนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทในระยะยาวจริงหรือไม่
Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore
ริโอ ทินโต หรือ Rio Tinto และเกลนคอร์ หรือ Glencore สองบริษัทเหมืองแร่ชั้นนำของโลก กำลังอยู่ในขั้นตอนตัดสินใจสำคัญ ตามกฎระเบียบการเข้าซื้อกิจการของสหราชอาณาจักรที่กำหนดให้ต้องยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ถอนตัว หรือขยายเวลาภายในวันนี้ รายงานข่าวหลายแห่งชี้ว่า ทั้งคู่มีแนวโน้มที่จะเลือกขยายเวลาเจรจาต่อ โดยเกลนคอร์แสดงท่าทีเปิดกว้างหากริโอ ทินโตเสนอเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่ริโอ ทินโตจะถอนตัว หากไม่สามารถคลายข้อกังวลของนักลงทุนได้ทัน
ประวัติการเจรจาควบรวมกิจการระหว่าง Rio Tinto และ Glencore
การพูดคุยเรื่อง Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore ไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ทั้งสองบริษัทพยายามรวมกิจการเข้าด้วยกัน ครั้งแรกในปี 2557 และครั้งที่สองในปี 2567 ล้มเหลวไปด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความไม่ลงรอยเรื่องราคาและโครงสร้างดีล หากสำเร็จครั้งนี้ จะก่อให้เกิดบริษัทเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสินทรัพย์กระจายทั่วโลก รวมถึงเหมืองทองแดง เหล็ก ถ่านหิน และแร่หายากที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
- ปี 2557: การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากปัญหาด้านกฎระเบียบและราคา
- ปี 2567: ถอนตัวหลังนักลงทุนกังวลเรื่องหนี้สินและการกระจายสินทรัพย์
- ปี 2569: เจรจาเบื้องต้นในเดือนม.ค. และใกล้เดดไลน์วันนี้
ความกังวลของนักลงทุนต่อดีล Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore
นักลงทุนหลายรายเรียกร้องความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสร้างมูลค่า (value creation) ในระยะยาว Rio Tinto ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงกว่า Glencore อาจได้ประโยชน์จากการเข้าถือหุ้นหลัก แต่ก็เสี่ยงต่อการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น EU และหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดในออสเตรเลีย นอกจากนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน เช่น ทองแดงและเหล็ก ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ดีลนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น
- ข้อดี: ขนาดใหญ่ขึ้น ลดต้นทุน สร้าง synergy ในห่วงโซ่อุปทาน
- ข้อเสีย: เสี่ยงถูกบล็อกจาก regulator เพิ่มหนี้สิน
- โอกาส: เติบโตในตลาด EV และพลังงานหมุนเวียน
ผลกระทบต่อตลาดเหมืองแร่หากดีลสำเร็จ
หาก Rio Tinto ส่อขยายเวลาคุยควบรวม Glencore แล้วนำไปสู่ข้อตกลงจริง จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเหมืองแร่ไปอย่างสิ้นเชิง บริษัทใหม่จะครองส่วนแบ่งตลาดทองแดงกว่า 10% และเหล็กกว่า 15% ส่งผลให้คู่แข่งอย่าง BHP และ Vale ต้องปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมความมั่นคงให้ supply chain สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าดีลนี้อาจล่าช้าไปอีก หากไม่สามารถแก้ไขประเด็น ESG (Environment, Social, Governance) ได้ โดยเฉพาะการปล่อยคาร์บอนจากเหมืองถ่านหินของ Glencore
ในมุมมองของเรา ดีลนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น หากขยายเวลาได้สำเร็จ เพราะทั้งสองบริษัทต้องการเสริมแกร่งในยุค transition สู่พลังงานสะอาด แนะนำให้นักลงทุนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ และพิจารณาโอกาสลงทุนในหุ้นเหมืองแร่ที่เกี่ยวข้อง คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – “Rio Tinto” ส่อขยายเวลาคุยควบรวมกิจการ “Glencore” ก่อนเดดไลน์วันนี้