OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง

OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง เป็นข่าวร้อนที่กำลังสร้างความฮือฮาในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก โดยบริษัท OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ได้ส่งจดหมายเตือนสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดโปงพฤติกรรมของ DeepSeek สตาร์ทอัป AI จากจีน ที่พยายามลอกเลียนเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโมเดลของตัวเอง
OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง
ภายใต้การนำของ แซม อัลต์แมน CEO ของ OpenAI บริษัทได้กล่าวหาว่า DeepSeek กำลังใช้เทคนิค “การกลั่นความรู้” หรือ Distillation ซึ่งเป็นวิธีการถ่ายโอนความรู้จากโมเดล AI ที่ใหญ่และฉลาดกว่า มาสู่โมเดลใหม่ที่เล็กกว่าแต่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโมเดลจาก OpenAI และบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ อย่างเช่น GPT series เทคนิคนี้ช่วยให้ DeepSeek สร้าง AI ที่ทัดเทียมได้ในเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการฝึกโมเดลตั้งแต่ต้น
ในจดหมายที่ส่งถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าด้วยการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. OpenAI ระบุว่าพวกเขาตรวจพบบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับพนักงาน DeepSeek ซึ่งพยายามหลบเลี่ยงข้อจำกัดการเข้าถึง API ของ OpenAI ด้วยการใช้เราเตอร์บุคคลที่สาม (third-party routers) และเครื่องมืออำพราง IP อื่นๆ เพื่อดึงข้อมูลผลลัพธ์จากโมเดล AI ของสหรัฐฯ
เทคนิค Distillation ที่ DeepSeek ใช้ลอกเลียนโมเดล OpenAI
Distillation คือกระบวนการที่โมเดล “ครู” (teacher model) ซึ่งมีขนาดใหญ่และฝึกมาดี มาประเมินและให้คะแนนคำตอบของโมเดล “นักเรียน” (student model) เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น DeepSeek พัฒนาโค้ดอัตโนมัติเพื่อเข้าถึงโมเดลสหรัฐฯ นำผลลัพธ์มาฝึกโมเดลตัวเอง ทำให้ประหยัดทรัพยากรคอมพิวเตอร์และเวลา OpenAI ยืนยันว่าพวกเขาลบบัญชีต้องสงสัยเหล่านี้ไปแล้วหลายราย และกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
- วิธีการที่ DeepSeek ใช้: อำพราง IP ผ่าน VPN และ proxies
- เป้าหมาย: ดึงข้อมูลจาก GPT-4 และโมเดลอื่นๆ เพื่อ distillation
- ผลกระทบ: ทำให้ LLM จีนแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
DeepSeek ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองหางโจว เคยสร้างกระแสเมื่อต้นปีที่แล้วด้วยการเปิดตัวโมเดล AI ที่เทียบชั้นโมเดลท็อปของสหรัฐฯ สร้างความกังวลให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีอเมริกันว่าจีนกำลังไล่ตามทัน แม้จะมีมาตรการควบคุมชิปและเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ก็ตาม
บริบทการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ-จีน
การแข่งขัน AI ระหว่างสองมหาอำนาจนี้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สหรัฐฯ ใช้มาตรการ export control เพื่อจำกัดการเข้าถึง GPU ขั้นสูงอย่าง NVIDIA H100 ในขณะที่จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “ทางลัด” ที่จีนเลือกใช้ สะท้อนถึงความพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายๆ กัน เช่น การที่บริษัทจีนอื่นๆ พยายาม scrape ข้อมูลจากเว็บสหรัฐฯ เพื่อฝึกโมเดล สิ่งนี้ไม่เพียงละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน แต่ยังคุกคามความมั่นคงทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ OpenAI จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การควบคุม API และการตรวจสอบการใช้งาน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกลั่นความรู้เป็นเทคนิคที่ถูกต้องตามกฎหมายหากใช้โมเดลโอเพ่นซอร์ส แต่เมื่อทำกับโมเดล proprietary อย่างของ OpenAI โดยแอบอ้างตัวตน มันเข้าข่ายการขโมยทางปัญญา ส่งผลให้เกิดคำถามใหญ่: AI จีนจะยิ่งทัดเทียมสหรัฐฯ ได้อย่างไร หากขาดนวัตกรรมต้นแบบ?
เหตุการณ์นี้ยังกระตุ้นให้บริษัท AI สหรัฐฯ เข้มงวดมากขึ้น เช่น การเพิ่ม watermarking ใน output หรือ rate limiting ที่ฉลาดกว่า เพื่อป้องกันการถูก distillation
สุดท้ายแล้ว OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงในยุค AI ที่ข้อมูลและโมเดลกลายเป็นสมบัติล้ำค่า คุณคิดว่าสหรัฐฯ ควรตอบโต้อย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าว AI ล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – OpenAI แฉ DeepSeek แอบลอกเลียนโมเดลสหรัฐฯ เพื่อใช้ฝึกฝน AI ตัวเอง