JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

ช่องแคบฮอร์มุซ

JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด สร้างความตื่นตัวให้กับตลาดพลังงานโลก ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center – JMIC) ได้ออกรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก กำลังเผชิญวิกฤตหนักหน่วงจากการสัญจรทางเรือที่แทบหยุดนิ่ง

JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

จากข้อมูลของ JMIC ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลยแม้แต่ลำเดียว สงครามที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลือเกินต้องจอดนิ่งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานไปยังเอเชียและยุโรปถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

สาเหตุหลักที่ทำให้ JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ทะเล แต่รองรับการขนส่งน้ำมันประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปกติแล้วจะมีเรือพาณิชย์แล่นผ่านนับร้อยลำ แต่ล่าสุด JMIC ยืนยันจากสัญญาณการเดินเรือว่ามีเพียงเรือสินค้าทั่วไป 2 ลำเท่านั้นที่กล้าแล่นผ่าน โดยเรือบรรทุกน้ำมันหลีกเลี่ยงพื้นที่นี้เนื่องจาก:

  • ความถี่ของการโจมตีโดรนและขีปนาวุธจากกลุ่มฮูธีและอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น
  • สัญญาณ GPS ถูกรบกวนอย่างหนัก ทำให้การนำทางเสี่ยงภัย
  • บริษัทประกันภัยถอนตัวจากความเสี่ยงสงคราม ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันพุ่งทะลุฟ้า
  • เรือจำนวนมากจอดรอในอ่าวเปอร์เซีย รอคำสั่งใหม่จากเจ้าของ

แม้สหรัฐฯ จะเสนอการคุ้มกันทางเรือและสนับสนุนประกันภัย แต่เจ้าของเรือยังคงลังเล เนื่องจากความเสี่ยงยังสูงเกินไป

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

การหยุดชะงักนี้ไม่เพียงกระทบราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 10% ในสัปดาห์เดียว แต่ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน ญี่ปุ่น และอินเดียที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ สัญญาณการเดินเรือแสดงให้เห็นว่าเรือเข้า-ออกช่องแคบมีเพียง 1 ลำต่อทิศทางเมื่อ 4 มีนาคม และตัวเลขนี้อาจต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะเรือบางลำปิดสัญญาณ AIS เพื่อความปลอดภัย

ประวัติศาสตร์เคยเห็นช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นในปี 1980s ระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันทะยานสู่ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจุบันสถานการณ์คล้ายคลึงแต่รุนแรงกว่า ด้วยเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธที่ทันสมัย

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับนโยบายดอกเบี้ย

แนวทางแก้ไขและอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ

นานาชาติกำลังหารือเรื่องกองกำลังคุ้มกันข้ามชาติ แต่ความท้าทายคือการประสานงานระหว่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และชาติอาหรับ JMIC แนะนำให้เรือใช้เส้นทางอ้อมผ่านแอฟริกาใต้ แต่จะเพิ่มต้นทุนและเวลาเดินทาง 2-3 สัปดาห์

ในมุมมองของเรา สถานการณ์ JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้ประกอบการควรกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยง

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานล่าสุดกับเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด!

ที่มา – JMIC เผยการสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *