IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก

IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก

ข่าวดีของวงการกีฬาไทย เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก 2030 อย่างเป็นทางการ โดยมี Mrs. Danka Hrbékova สมาชิก IOC และประธานคณะทำงานยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมด้วย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และ ดร.ชื่นชนก ศิริวัฒน์ รองเลขาธิการ ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น

การเยือนครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการ Targeted Dialogue ซึ่ง IOC กำหนดไว้สำหรับการคัดเลือกเจ้าภาพ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะลงพื้นที่ตรวจสอบสนามแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐาน และประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประเมินข้อมูลเชิงลึก ตลอด 3 วัน ระหว่าง 28-30 เมษายน 2567 ไทยได้เตรียมนำเสนอวิสัยทัศน์การจัดการแข่งขันที่ยั่งยืน โครงสร้างสนามมาตรฐานสากล และแผนพัฒนาเยาวชนนักกีฬา เพื่อพิสูจน์ศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเยาวชนโลก

IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก: กำหนดการสำคัญ

ในช่วงการเยือน IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก มีกิจกรรมเข้มข้น ดังนี้:

  • วันที่ 28 เมษายน: ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามมวย สนามแบดมินตัน และศูนย์กีฬาทางน้ำ ที่มีมาตรฐานโอลิมปิก
  • วันที่ 29 เมษายน: ประชุมเวิร์กช็อปกับหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อหารือด้านโลจิสติกส์ การขนส่ง และความยั่งยืน
  • วันที่ 30 เมษายน: สรุปผลการประเมินและแถลงข่าว ทิศทางขั้นตอนต่อไปในการเสนอชื่อเจ้าภาพ

ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 จะเป็นครั้งที่ 5 จัดทุก 4 ปีสำหรับนักกีฬาอายุ 15-18 ปี มีกีฬา 28 ชนิด ไทยเคยประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์และเอเชียนเกมส์ ทำให้มีประสบการณ์จัดการแข่งขันระดับนานาชาติ โครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามกีฬาหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมรองรับแล้ว

ทำไมไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก?

ประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้านที่ IOC ให้ความสนใจ เช่น

  • โครงสร้างพื้นฐาน: สนามแข่งขันที่ทันสมัย เช่น นิการ์การ์อารีน่า สนามราชมังฯ และวินด์มิลล์กอล์ฟคลับ
  • การพัฒนาเยาวชน: โครงการกีฬาโรงเรียนและอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่ง สร้างนักกีฬารุ่นใหม่
  • ความยั่งยืน: แผนลดคาร์บอน ลดขยะ และส่งเสริม ESG ตามนโยบาย IOC ใหม่
  • การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม: ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมต้อนรับนักกีฬาและผู้ติดตามกว่า 3,600 คน

นอกจากนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกัน โดย กกท. และคณะกรรมการโอลิมปิกไทย (TOC) เป็นแกนนำในการเตรียมเอกสารเสนอชื่อตั้งแต่ปี 2565 หลังจาก IOC เปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาเสนอตัว

การประเมินครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตรวจสอบ แต่เป็นโอกาสแสดงศักยภาพไทยสู่เวทีโลก หากผ่านขั้นนี้ ไทยจะก้าวสู่ขั้น Final Targeted Dialogue และการโหวตในปีหน้า

ในมุมมองผู้เขียน ไทยมีโอกาสสูงมากเพราะความพร้อมทุกมิติและ passion ในกีฬาเยาวชน หากได้เป็นเจ้าภาพ จะจุดประกายนักกีฬารุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยรักกีฬา ลองติดตามผลแถลงข่าววันที่ 30 เมษายน และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่า ไทยพร้อมแค่ไหนสำหรับยูธโอลิมปิก 2030!

ที่มา – IOC ถึงไทย เดินหน้ากระบวนการประเมินความพร้อมไทยสู่เจ้าภาพยูธโอลิมปิก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *