gamescom asia x Thailand Game Show ทุบสถิติผู้เข้าชม
gamescom asia x Thailand Game Show ทุบสถิติผู้เข้าชม
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ภายใต้ธีม THE HEART OF GAMING มหกรรมเกมระดับนานาชาติที่รวมทั้งธุรกิจ ความบันเทิง เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้เกมเมอร์ไว้ในพื้นที่เดียวกันตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 งานปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และสามารถสร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 219,546 คน จาก 113 ประเทศทั่วโลก
ความสำเร็จของ gamescom asia x Thailand Game Show ทุบสถิติผู้เข้าชม ไม่ได้สะท้อนเพียงความนิยมของเกมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 38,519 ตารางเมตร และมียอดเข้าชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลเกือบ 34 ล้านครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการเกมไทยในระดับสากล
สถิติผู้เข้าชมสะท้อนพลังของวงการเกมไทย
โซนความบันเทิงและการจัดแสดงเกมได้รับความสนใจจากเกมเมอร์ทุกวัย ภายในงานมีทั้งเกมใหม่ เกมยอดนิยม กิจกรรมทดลองเล่น การพบปะอินฟลูเอนเซอร์ การแสดงคอสเพลย์ และการแข่งขันอีสปอร์ตจากค่ายเกมชั้นนำ บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษและรับของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์เกมต่าง ๆ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการประกาศรางวัล Thailand Game Awards 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งผู้พัฒนาและแฟนเกม โดยเกม Pragmata จาก CAPCOM คว้ารางวัล Game of the Year 2026 และ Best Action Game ขณะที่ KURO GAMES ได้รับรางวัล Best Game Publisher ส่วนรางวัล Most Anticipated Game ตกเป็นของ Grand Theft Auto VI จาก Rockstar Games
gamescom asia x Thailand Game Show ทุบสถิติผู้เข้าชม พร้อมรางวัลเกมเด่นแห่งปี
สำหรับรางวัล Best Indie Game ได้แก่ Meccha Chameleon จาก lemorion_1224 ซึ่งคว้ารางวัล Best Multiplayer Game เพิ่มอีกหนึ่งสาขา นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล WINGS Award เป็นครั้งแรก เพื่อสนับสนุนผลงานเกมที่มีผู้หญิงหรือบุคคลเพศทางเลือกเป็นผู้นำในการพัฒนา โดยรางวัลดังกล่าวตกเป็นของ Schrödinger’s Call จาก acrobatic chirimenjako ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกิดความหลากหลายมากขึ้นในอุตสาหกรรมเกม
อีกหนึ่งสีสันที่ได้รับเสียงตอบรับดีคือบูท Wuthering Waves ซึ่งคว้ารางวัล Popular Vote และ Best Ongoing Game พร้อมนำมาสคอตตัวละครยอดนิยม รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และคอสเพลย์เยอร์ชื่อดังมาร่วมสร้างความสนุกตลอดงาน ขณะเดียวกัน Riot Games ก็กลับมาจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ โดยนำนักกีฬาอีสปอร์ตและครีเอเตอร์มาร่วมแข่งขันและพบปะแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด
โซนธุรกิจเปิดโอกาสให้นักพัฒนาไทยเติบโต
นอกจากความสนุกสำหรับผู้เข้าชมทั่วไปแล้ว งานนี้ยังมีโซนธุรกิจ หรือ Business Area ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 ตุลาคม โดยมีนักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 6,923 คน จาก 78 ประเทศ มีผู้จัดแสดงและพาวิลเลียนรวม 335 ราย จาก 29 ประเทศ รวมถึงพาวิลเลียนระดับประเทศและคณะผู้แทนอีก 20 แห่ง
ภายในโซนธุรกิจมีเวทีสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจำนวน 81 คน บน 4 เวที โดยหนึ่งในวิทยากรที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ John Romero ผู้สร้างตำนานเกม DOOM และ Quake รวมถึง Nick Herman และ Dennis Lenart จาก AdHoc Studio ผู้พัฒนาเกม Dispatch เนื้อหาการบรรยายช่วยเติมแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนาไทย และเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการสร้างเกมให้ตอบโจทย์ตลาดโลก
เวที The Reverse Pitch ยังเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจ เพราะเปิดโอกาสให้ค่ายพับลิชเชอร์ระดับโลกนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการทำงานแก่สตูดิโอเกมไทยโดยตรง ช่วยให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจและสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีผลงานเกมจัดแสดงรวม 582 รายการ แบ่งเป็นผลงานจากนักพัฒนาอิสระ 347 รายการ และผลงานจากผู้ประกอบการไทยในโซน Thai Playvillion อีก 90 ราย
เกมอินดี้ไทยได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศ
เวที Indie Area แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของนักพัฒนาเกมไทยและต่างประเทศ โดยรางวัล Best Gameplay ได้แก่ One More Plate จาก Okawari! รางวัล Hidden Gem Award ได้แก่ Finding Polka จาก lidlocks และรางวัล Best in Show ได้แก่ Cinderia จาก MyACG Studio การได้รับรางวัลเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้เกมอินดี้เป็นที่รู้จักในตลาดสากล และอาจต่อยอดไปสู่การร่วมมือกับนักลงทุนหรือพับลิชเชอร์รายใหญ่ในอนาคต
ด้านกิจกรรมบนเวทีการแข่งขันก็สร้างความตื่นเต้นไม่แพ้กัน การแข่งขัน Zone Zean Game ในเกม MARVEL TŌKON: Fighting Souls มีผู้เล่นฝีมือดีเข้าร่วมประชันกันอย่างดุเดือด โดยแชมป์คือ BALLxZA ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ส่วนการประกวด Cosplay Contest 2026 มีเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท ครอบคลุม 6 ประเภทการแข่งขัน รวม 12 รางวัล และได้รับเกียรติจากคอสเพลย์เยอร์ชื่อดังอย่าง Xiaoyukiko และ Thames Malerose มาร่วมตัดสิน
ความร่วมมือครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกม
ความสำเร็จของงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ 3 พันธมิตร ได้แก่ โคโลญเมสเซ่ บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด และออนไลน์สเตชั่น ภายใต้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) การผนึกกำลังดังกล่าวช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดงานเกมในประเทศไทย ทั้งในด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเสนอเทคโนโลยี และการสร้างประสบการณ์ให้กับเกมเมอร์
ตลอดระยะเวลา 4 วัน งานสามารถเชื่อมโยงผู้พัฒนา นักลงทุน ค่ายเกม สื่อมวลชน ครีเอเตอร์ และแฟนเกมจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ตัวเลขผู้เข้าร่วมงานกว่า 219,546 คนจึงเป็นมากกว่าสถิติ แต่เป็นหลักฐานว่าเกมกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และประเทศไทยมีศักยภาพมากพอที่จะก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค
โดยสรุป gamescom asia x Thailand Game Show ทุบสถิติผู้เข้าชม และสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานได้ครบทุกมิติ ทั้งความบันเทิง โอกาสทางธุรกิจ และการสนับสนุนนักพัฒนาไทย หากปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ ปีหน้าก็น่าติดตามอย่างยิ่งว่างานจะยกระดับความยิ่งใหญ่ไปได้ไกลแค่ไหน สำหรับเกมเมอร์และคนในวงการเกม เตรียมพบกับ gamescom asia x Thailand Game Show 2027 ระหว่างวันที่ 21–24 ตุลาคม 2570 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตครั้งใหม่ไปด้วยกัน
ที่มา – gamescom asia x Thailand Game Show ปิดฉากยิ่งใหญ่ – ทุบสถิติผู้เข้าชม