EU ยอมรับเดินเกมพลาดลดบทบาทพลังงานนิวเคลียร์-เร่งฟื้นฟูขึ้นใหม่

EU ยอมรับเดินเกมพลาดลดบทบาทพลังงานนิวเคลียร์-เร่งฟื้นฟูขึ้นใหม่
ในที่สุด สหภาพยุโรป (EU) ก็ยอมรับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในอดีต เมื่อEU ยอมรับเดินเกมพลาดลดบทบาทพลังงานนิวเคลียร์-เร่งฟื้นฟูขึ้นใหม่ โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ได้ประกาศอย่างชัดเจนในการประชุมสุดยอดพลังงานนิวเคลียร์ที่กรุงปารีส เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา การตัดสินใจลดบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์ลงตลอดหลายทศวรรษ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง
ฟอน แดร์ ไลเอิน ระบุว่า สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ใน EU ลดฮวบจากประมาณ 1 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2533 เหลือเพียง 15% ในปัจจุบัน สาเหตุหลักมาจากกระแสต่อต้านนิวเคลียร์ที่รุนแรงหลังอุบัติเหตุเชอร์โนบิลและฟุกุชิมะ ทำให้หลายประเทศใน EU หันไปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนแทน แต่ปัญหาคือ พลังงานเหล่านี้ไม่เสถียรและมีราคาแพง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามยูเครน
“เมื่อมองย้อนกลับไป เราพบว่ายุโรปดำเนินกลยุทธ์ผิดพลาดที่หันหลังให้กับแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ ราคาย่อมเยา และปล่อยมลพิษต่ำ”อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธาน EC ระบุ
EU เร่งฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ด้วยเทคโนโลยี SMR
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ EU ไม่รอช้า โดยฟอน แดร์ ไลเอินประกาศจัดตั้งกองทุนค้ำประกันมูลค่า 200 ล้านยูโร (ประมาณ 7,500 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMR) ซึ่งมีเป้าหมายให้ใช้งานได้จริงภายในปี 2573 เทคโนโลยี SMR มีข้อดีหลายประการ เช่น ขนาดกะทัดรัด ต้นทุนต่ำกว่าพวกใหญ่ และปลอดภัยสูงกว่า เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่จำกัด
- ความเสถียร: SMR สามารถผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วย EU บรรลุเป้า Net Zero
- เศรษฐกิจ: สร้างงานและลดการพึ่งพานำเข้าพลังงานจากรัสเซีย
- นวัตกรรม: ยุโรปมีเทคโนโลยีชั้นนำจากบริษัทอย่าง EDF ในฝรั่งเศสและ Orano
การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยฟอน แดร์ ไลเอินประกาศว่า “การแข่งขันด้านพลังงานนิวเคลียร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว ยุโรปมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำ” EU วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตนิวเคลียร์เป็น 150 GW ภายในปี 2050 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรับมือวิกฤตพลังงาน
บทเรียนจากอดีตและอนาคตของพลังงานยุโรป
ที่ผ่านมา EU เคยเป็นผู้นำด้านนิวเคลียร์ โดยฝรั่งเศสผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์กว่า 70% แต่หลังอุบัติเหตุร้ายแรง หลายประเทศอย่างเยอรมนีปิดโรงงานทั้งหมด ส่งผลให้ EU ต้องนำเข้าก๊าซราคาแพงจากรัสเซีย ปัจจุบัน ด้วยราคาก๊าซพุ่งสูงและเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ EU ยอมรับเดินเกมพลาดลดบทบาทพลังงานนิวเคลียร์-เร่งฟื้นฟูขึ้นใหม่ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน
นอกจากนี้ EU ยังผลักดันกฎระเบียบใหม่ เช่น การรับรอง SMR ใน Taxonomy สีเขียว เพื่อดึงดูดการลงทุนจากเอกชน ประเทศอย่างโปแลนด์ สวีเดน และเนเธอร์แลนด์กำลังวางแผนสร้างโรงงานใหม่ ขณะที่สหรัฐฯ จีน และรัสเซียแข่งขันกัน EU ต้องเร่งมือเพื่อไม่ให้ตามหลัง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พลังงานนิวเคลียร์คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยไม่เสียความเสถียร ถ้า EU สำเร็จ จะเป็นแบบอย่างให้โลก นี่คือโอกาสทองสำหรับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เคยรุ่งเรือง
คำแนะนำ: ติดตามพัฒนาการของ EU ด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก คุณคิดอย่างไรกับการกลับมาของนิวเคลียร์ในยุโรป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – EU ยอมรับเดินเกมพลาดลดบทบาทพลังงานนิวเคลียร์-เร่งฟื้นฟูขึ้นใหม่