DSI สรุปคดีสแกนม่านตา ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวน 6 ราย
DSI สรุปคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล1.2ล้านคน ส่งป.ป.ช.ไต่สวน เป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซีกำลังมาแรง โครงการ Worldcoin ที่สแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญดิจิทัล กลับกลายเป็นคดีใหญ่ เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พบหลักฐานการดูดข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย และมีความผิดปกติในการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดีอีกับกองทุนสิงคโปร์
DSI สรุปคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล1.2ล้านคน ส่งป.ป.ช.ไต่สวน
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 ได้ตรวจสอบโครงการนี้อย่างละเอียด หลังจากเรียกสอบพยานและขยายผลตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย พบว่ามีการเชื่อมโยงกับ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับ Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ TIDC (Thailand International Digital Business & Finance Centre) การสแกนม่านตานี้เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ที่ห้ามเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
ความผิดปกติในกระบวนการทำ MOU
รายงานจาก DSI และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงดีอี ชี้ให้เห็นปัญหาหลายประการ โดยมีนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นประธาน นี่คือประเด็นหลัก:
- การลงนาม MOU ย้อนหลัง: นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี เซ็นยืนยันย้อนหลังวันที่ 29 มี.ค. 2567 หลังพิธีลงนามไปแล้ว 2 วัน ซึ่งขัดหลักราชการที่ต้องเห็นชอบก่อน
- เสี่ยงเสียเปรียบ IP: MOU กำหนดให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของผู้พัฒนา 100% ไม่แบ่งปันให้รัฐ ควรนำเข้าครม. แต่ไม่ทำ
- ขัดกฎหมาย Sandbox: โครงการเขียนก่อนมีกฎหมายกำหนดพื้นที่นำร่อง
- เร่งรัดผิดปกติ: ทำ MOU ใน 3 วัน แทน 3-6 เดือน และใช้กองการต่างประเทศแทนกองกฎหมาย
DSI จึงส่งสำนวน 6 กล่อง 10 แฟ้ม เอกสาร 5,000 แผ่น ไปยัง ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตาม พ.ร.ป.ป้องกันทุจริต 2561 โดยเฉพาะฐานประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
บุคคลที่เกี่ยวข้อง 6 ราย
ผู้ถูกไต่สวนมีทั้งข้าราชการและนักการเมือง ดังนี้:
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี
- นายวัลลภ รุจิรากร อดีตเลขานุการ รมว.ดีอี
- นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงดีอี และประธาน ก.ล.ต.
- นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงดีอี
- ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กระทรวงดีอี
- เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี อีก 1 ราย
นอกจากนี้ นายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ TIDC และ MOU ก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน ว่ามีส่วนกระทำผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์หรือไม่ โครงการ Worldcoin นี้สร้างความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะข้อมูลม่านตาเป็น biometric ที่ละเอียดอ่อน อาจนำไปใช้สร้าง AI หรือ defraud ได้ หากรั่วไหล
กรณี DSI สรุปคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล1.2ล้านคน ส่งป.ป.ช.ไต่สวน นี้นับเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นช่องโหว่ในการกำกับดูแลโครงการนำร่องดิจิทัลจากต่างชาติ ในอนาคต รัฐควรมีมาตรการเข้มงวดเรื่อง PDPA และการปกป้องข้อมูลประชาชนมากขึ้น เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการละเมิดสิทธิ์
คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? มันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมคริปโตในไทยหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวสารกฎหมายดิจิทัลล่าสุด!
ที่มา – DSI สรุปคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล1.2ล้านคน ส่งป.ป.ช.ไต่สวน