DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมัน สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน
ช่วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยกำลังผันผวนหนัก DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน ทำให้เกิดคำถามใหญ่เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วประเทศ การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญกับราคาน้ำมันแพงขึ้นเรื่อยๆ หากมีการกักตุนจริง อาจเป็นต้นเหตุของการขาดแคลนและราคาพุ่งสูงได้
DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน
วันที่ 2 เมษายน 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะ ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ DSI พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
การตรวจสอบมุ่งเป้าไปที่คลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบการขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน จำนวน 6 จุดในจังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่จำหน่ายน้ำมันให้กับ 8 จังหวัดในภาคใต้ตอนบนเป็นหลัก
หลักฐานส่อกักตุน: สต็อกพุ่ง 2 ล้านลิตร แต่ขายออกน้อย
จากการตรวจสอบพบข้อมูลน่าสงสัยในบางบริษัท โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม 2569 ที่ปริมาณน้ำมันคงคลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก แตกต่างจากเดือนกุมภาพันธ์ที่การรับเข้าและขายออกใกล้เคียงกัน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า หลักการของน้ำมันเชื้อเพลิงแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- ปริมาณคงคลังจากเดือนที่แล้ว
- ปริมาณรับเข้าใหม่
- ปริมาณขายออก
- ปริมาณคงค้างสิ้นวัน 31 มีนาคม 2569
เมื่อเทียบตัวเลขทั้งหมด พบว่าอัตราส่วนผิดปกติ โดยเดือนมีนาคมมีน้ำมันสต็อกกว่า 2 ล้านลิตร แต่ขายออกได้เพียงหลักแสนลิตร ในขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ขายออกได้หลักล้านลิตร ทำให้สต็อกเพิ่มขึ้นเป็นล้านลิตร “มันแตกต่างค่อนข้างเยอะ” พ.ต.ต.วรณัน ระบุ
ขั้นตอนดำเนินคดีหากยืนยันการกักตุน
ผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนท้องที่และพาณิชย์จังหวัด หากพบความผิดปกติ พาณิชย์จังหวัดจะเป็นผู้กล่าวโทษ จากนั้นหากเข้าข่ายกฎหมายตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จะส่งเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เพื่อพิจารณา หากเป็นขบวนการจะดำเนินคดีฐานอั้งยี่โกงและฟอกเงินต่อไป
การกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นความผิดร้ายแรง เนื่องจากกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในภาคใต้ที่พึ่งพาการขนส่งน้ำมันจากสุราษฏร์ธานี หาก DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน จริง อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างการค้าขายน้ำมันให้โปร่งใสยิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจ
การกักตุนน้ำมันไม่เพียงทำให้ราคาขึ้น แต่ยังเสี่ยงต่อการขาดแคลน ส่งผลให้ค่ารถ ค่าน้ำมันสำหรับเกษตรกรและธุรกิจเพิ่มสูง ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากปัจจัยสงครามและปัญหาซัพพลายเชน การกระทำเช่นนี้อาจถูกมองว่าเอาเปรียบผู้บริโภค รัฐบาลจึงต้องเร่งปราบปรามเพื่อรักษาเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนจากอดีตที่เคยเกิดการกักตุนสินค้าจำเป็น ทำให้ DSI ต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการควรปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับและคดีอาญา
คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค
ในระหว่างรอผลสอบสวน แนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนติดตามราคาน้ำมันจาก ปตท. และกรมธุรกิจพลังงาน หากสงสัยการกักตุน สามารถร้องเรียนได้ที่ 1586 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรณี DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค สุดท้ายนี้ การกำกับดูแลที่เข้มงวดจะช่วยป้องกันปัญหานี้ในอนาคต หากคุณพบความผิดปกติในพื้นที่ของคุณ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสเพื่อส่วนรวม คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา!
ที่มา – DSI ลุยตรวจ 6 บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ สุราษฏร์ธานี พบบางแห่งส่อกักตุน