Barry Callebaut ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต

แบรี่ คาลลีบาวท์ (Barry Callebaut) ผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือกับ น็อตโค เอไอ (NotCo AI) บริษัทสตาร์ตอัปจากชิลี นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยพัฒนาสูตรช็อกโกแลต ขณะที่บริษัทกำลังหาทางรับมือกับวิกฤตราคาโกโก้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และความต้องการสินค้าที่ชะลอตัวลง ความร่วมมือนี้จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ บรรดาผู้ผลิตช็อกโกแลตกำลังหาทางลดต้นทุนการผลิต ซึ่งรวมถึงการปรับสูตรให้ใช้โกโก้น้อยลง เพื่อรับมือกับราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูงเป็นประวัติการณ์ ซ้ำยังถูกกดดันจากกระแสรักสุขภาพในสหรัฐฯ ที่เรียกว่า “Make America Healthy Again” ซึ่งมีโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวขบวน นับเป็นความท้าทายของผู้ผลิตช็อกโกแลตทั่วโลก

“ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้เราได้ทดสอบว่า AI จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และยกระดับความพยายามด้านนวัตกรรมของเราได้อย่างไร” ปีเตอร์ เฟลด์ ซีอีโอของแบรี่ คาลลีบาวท์ กล่าวในแถลงการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจ

ไค ฮุมเมล หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรระดับโลก กล่าวว่า บริษัทยังคงยึดมั่นในรสชาติของช็อกโกแลตแบบดั้งเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องสำรวจหาวัตถุดิบทดแทนโกโก้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

มาเทียส มุคนิค ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งน็อตโค ระบุว่า แพลตฟอร์ม AI ที่มีชื่อว่า Giuseppe จะทำการวิเคราะห์ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยระบุและค้นหาส่วนผสมอื่นที่สามารถนำมาใช้ทดแทนได้ การทำงานของ AI จะช่วยให้การพัฒนาสูตรช็อกโกแลตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มุคนิคกล่าวเสริมว่า แพลตฟอร์มนี้สามารถวิเคราะห์ฐานข้อมูลส่วนผสมหลายพันชนิดที่จำลองขึ้นด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาสิ่งทดแทนที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับวัตถุดิบเป้าหมายมากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถ “หลีกเลี่ยงการลองผิดลองถูก” ได้ นับเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของการใช้ AI ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

อนึ่ง แบรี่ คาลลีบาวท์ ไม่ใช่บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายแรกที่หันมาพึ่งพา AI โดยแพลตฟอร์มของน็อตโคนั้นถูกใช้งานโดยไอศกรีมแม็กนั่ม (Magnum) ของยูนิลีเวอร์ (Unilever) ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าของแบรี่ คาลลีบาวท์อยู่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความนิยมในการใช้ AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

นอกจากนี้ สตาร์ตอัปรายนี้ยังเคยทำงานร่วมกับ คราฟท์ ไฮนซ์ (Kraft Heinz) และเฟอเรโร (Ferrero) ผู้ผลิตนูเทลล่า (Nutella) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ให้ความไว้วางใจในเทคโนโลยีของน็อตโค

เมื่อเดือนก่อน บริษัทมอนเดลีซ (Mondelez) ผู้ผลิตโอรีโอ (Oreo) ก็เพิ่งเปิดเผยว่ากำลังใช้เครื่องมือ Generative AI ตัวใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตสื่อการตลาดลงราว 30%-50% ตอกย้ำถึงบทบาทของ AI ที่เพิ่มมากขึ้นในภาคธุรกิจ

สำหรับแบรี่ คาลลีบาวท์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตและโกโก้ถึง 1 ใน 4 ของโลก ยังไม่ได้ระบุตัวเลขผลประโยชน์ทางการเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการนำแพลตฟอร์มของน็อตโคมาใช้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเทคโนโลยี AI ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ

“แม้เราจะมองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะรับประกันผลลัพธ์ที่แน่ชัดได้” ฮุมเมลกล่าว

Barry Callebaut จับมือ NotCo ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต

ความร่วมมือ Barry Callebaut และ NotCo เพื่อพัฒนาสูตรช็อกโกแลตด้วย AI

การที่ Barry Callebaut จับมือ NotCo ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตรายอื่นๆ ในอนาคต ผู้บริโภคอาจได้ลิ้มลองช็อกโกแลตสูตรใหม่ที่มีรสชาติและราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ อาจต้องพิจารณาการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การร่วมมือของ Barry Callebaut จับมือ NotCo ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต นี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังมองหาแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเติบโต หากความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น การติดตามความคืบหน้าของการร่วมมือระหว่าง Barry Callebaut จับมือ NotCo ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต

ที่มา – “Barry Callebaut” จับมือ “NotCo” ใช้ AI พัฒนาสูตรช็อกโกแลต รับมือปัญหาโกโก้แพง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *