AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ

AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ

AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ ผ่านโครงการ “THUNDER DREAM พลังสายฟ้า จุดประกายฝันเด็กไทย” เพื่อพาเยาวชนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาเรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียน ณ สนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเล่นฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เติมความมั่นใจ และเปิดมุมมองใหม่ให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่า ความฝันสามารถเริ่มต้นได้จากโอกาสเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า

โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง AIS Sport Academy สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 โดยมีเยาวชนจำนวน 80 คนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ และสุรินทร์เข้าร่วม เด็ก ๆ ได้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของสนามฟุตบอลระดับอาชีพ พบกับนักกีฬาและทีมงานมืออาชีพ รวมถึงเรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในสนามและชีวิตประจำวัน

AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ เติมแรงฝันให้เด็กไทย

หัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการทำให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม เด็กบางคนอาจไม่เคยมีโอกาสเดินทางมาชมสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ หรือได้พูดคุยกับนักฟุตบอลอาชีพแบบใกล้ชิด การได้มาเยือนสนามช้าง อารีนา จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนักฟุตบอล โค้ช ผู้ตัดสิน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือบุคลากรในวงการกีฬาแขนงต่าง ๆ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต้องการใช้พลังของกีฬาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย โดยเฉพาะเด็ก ๆ จากชุมชนห่างไกล การได้เรียนรู้จากนักกีฬาต้นแบบและสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลอาชีพ จะช่วยให้เด็กค้นพบความสามารถของตัวเอง กล้าตั้งเป้าหมาย และเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถพัฒนาไปสู่อนาคตที่ดีได้

กิจกรรมเด่นที่เด็ก ๆ ได้สัมผัสในสนามช้าง อารีนา

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พร้อมความสนุก เริ่มจากการเยี่ยมชมสนาม หรือ Stadium Tour ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รู้จักประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และความสำเร็จของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เด็ก ๆ ได้เห็นพื้นที่สำคัญภายในสนาม เรียนรู้ว่าการแข่งขันฟุตบอลหนึ่งนัดต้องอาศัยการทำงานของคนจำนวนมาก และเข้าใจเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดจากนักเตะเพียงอย่างเดียว

จากนั้นเข้าสู่กิจกรรม Football Clinic ที่ให้เยาวชนฝึกทักษะฟุตบอลอย่างใกล้ชิดกับ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เด็ก ๆ ได้ฝึกการควบคุมบอล การเคลื่อนไหว การส่งบอล การเล่นเป็นทีม และการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยผู้ฝึกสอนไม่ได้สอนแค่เทคนิคในสนาม แต่ยังเน้นเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และการเคารพเพื่อนร่วมทีม

  • Stadium Tour: เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสำเร็จของสนามช้าง อารีนาและสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  • Football Clinic: ฝึกทักษะฟุตบอลกับอดีตนักเตะทีมชาติไทยและทีมผู้เชี่ยวชาญ
  • กระทบไหล่นักเตะบุรีรัมย์: พบปะนักฟุตบอลขวัญใจและชมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด
  • ชมการแข่งขันไทยลีก: สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกับศรีสะเกษ ยูไนเต็ด

พบต้นแบบนักกีฬา เรียนรู้ความพยายามและความรับผิดชอบ

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจให้กับเยาวชนคือกิจกรรม “กระทบไหล่นักเตะบุรีรัมย์” เด็ก ๆ ได้พบกับนักฟุตบอลที่ชื่นชอบ ชมการฝึกซ้อม และเห็นการเตรียมตัวก่อนลงแข่งขันอย่างใกล้ชิด ภาพที่ได้เห็นช่วยให้เข้าใจว่าเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพต้องอาศัยความพยายาม ความสม่ำเสมอ และการดูแลตัวเองในทุกวัน ไม่ใช่เพียงพรสวรรค์หรือความสามารถเฉพาะตัวเท่านั้น

การได้พูดคุยกับนักเตะยังทำให้เด็ก ๆ เห็นความสำคัญของการตั้งเป้าหมาย เพราะกว่านักกีฬาจะก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จได้ ต้องผ่านทั้งการฝึกหนัก ความผิดหวัง และอุปสรรคมากมาย ประสบการณ์เหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนและการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี เด็ก ๆ จึงไม่ได้กลับบ้านพร้อมทักษะฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังได้แนวคิดเรื่องความอดทน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัด

ปิดท้ายด้วยประสบการณ์ฟุตบอลไทยลีกแบบเต็มสนาม

ช่วงท้ายของกิจกรรม เยาวชนทั้ง 80 คนได้ชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ท่ามกลางบรรยากาศการเชียร์ที่คึกคัก การได้สัมผัสเสียงกองเชียร์ แสงสีในสนาม และจังหวะการแข่งขันจริง ช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจเสน่ห์ของฟุตบอลอาชีพมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เรื่องน้ำใจนักกีฬา การเคารพกติกา และพลังของความสามัคคีที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของแฟนบอล

กิจกรรมลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า กีฬาเป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะสามารถเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่สอนเรื่องความรับผิดชอบ วินัย การสื่อสาร และการรู้จักทำงานเป็นทีมได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับเยาวชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ห่างไกล ประสบการณ์ครั้งนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้พวกเขากลับไปฝึกฝนตนเอง ตั้งใจเรียน และกล้าที่จะวางเป้าหมายให้สูงขึ้น

โครงการ “THUNDER DREAM พลังสายฟ้า จุดประกายฝันเด็กไทย” จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำความร่วมมือจากภาคธุรกิจ สโมสรฟุตบอล และหน่วยงานภาครัฐมาสร้างประโยชน์ให้สังคม การที่ AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ ช่วยลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และเปิดประตูให้เด็กไทยได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เชื่อว่าความทรงจำและแรงบันดาลใจจากครั้งนี้จะติดตัวเยาวชนไปอีกนาน และอาจช่วยให้พวกเขากล้าฝัน กล้าลงมือทำ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

สำหรับผู้ใหญ่ทุกคน การสนับสนุนโอกาสทางกีฬาให้เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่เสมอไป เพียงเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ลอง ได้เรียนรู้ และได้พบต้นแบบที่ดี ก็อาจเปลี่ยนความฝันเล็ก ๆ ให้กลายเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนได้ หากสังคมช่วยกันเติมโอกาสอย่างต่อเนื่อง เยาวชนไทยจากทุกพื้นที่ก็จะมีพลังเดินหน้าสู่อนาคตได้อย่างมั่นใจ

ที่มา – AIS Sport Academy จับมือบุรีรัมย์ – ตชด. ภาค 2 ปลุกพลังฝันเยาวชนไทย เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *