3 แนวทางรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 2569

3 แนวทางรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 2569 เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยภาครัฐเตรียมมาตรการช่วยเหลือหลายรูปแบบ ทั้งเงินทดรองราชการ เงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี และความคุ้มครองจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูบ้านเรือน อาชีพ และการดำเนินชีวิตได้เร็วขึ้น

ผู้ที่ได้รับความเสียหายควรตรวจสอบสิทธิของตนเองให้ละเอียด เพราะแต่ละมาตรการมีเงื่อนไข เอกสาร และช่องทางยื่นคำร้องแตกต่างกัน บางกรณีต้องติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต ขณะที่การแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์ ไลน์ หรือศูนย์บริการที่กำหนด

3 แนวทางรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 2569

3 แนวทางรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 2569 ช่วยเหลืออะไรบ้าง

มาตรการแรกคือเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2568 เงินส่วนนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะชดเชยความเสียหายทั้งหมด ผู้ประสบภัยจึงควรเตรียมหลักฐานความเสียหายและยื่นเรื่องต่อหน่วยงานในพื้นที่โดยเร็ว

  • ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้สูงสุด 88,600 บาทต่อหลัง
  • ซ่อมแซมโรงเรือนเกษตรได้สูงสุด 6,800 บาทต่อครอบครัว
  • ค่าเช่าบ้านหรือที่พักชั่วคราว 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุด 2 เดือน
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพหลัก สูงสุด 13,500 บาทต่อครอบครัว
  • กรณีบาดเจ็บสาหัสและต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้รับ 5,000 บาท
  • กรณีพิการ ได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 16,600 บาท
  • ค่าจัดการศพสูงสุด 35,700 บาทต่อราย และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว อาจได้รับเพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท

การยื่นขอรับเงินในส่วนนี้ต้องติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เกิดเหตุ หรือสำนักงานเขตสำหรับผู้พักอาศัยในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ยื่นคำร้องควรเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้พร้อม

เงินช่วยเหลือตามมติ ครม. สำหรับพื้นที่ประสบภัย

แนวทางที่สองเป็นเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน ครอบคลุมพื้นที่ 66 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร การช่วยเหลือแบ่งตามลักษณะและระยะเวลาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงควรตรวจสอบว่าบ้านหรือครัวเรือนของตนเข้าข่ายกรณีใด

  1. น้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย รับเงิน 9,000 บาทต่อครัวเรือน
  2. น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน รับเงิน 9,000 บาทต่อครัวเรือน
  3. น้ำล้อมบ้านติดต่อกันเกิน 7 วันจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ รับเงิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน
  4. อาคารสูงที่น้ำไม่ถึงชั้นพักอาศัย แต่ได้รับผลกระทบเกิน 7 วัน รับเงิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน

สำหรับกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มหรืออุทกภัย เช่น จมน้ำ ถูกกระแสน้ำพัด หรือถูกไฟฟ้าดูดขณะเกิดน้ำท่วม รัฐกำหนดค่าปลงศพจำนวน 2,000,000 บาทต่อราย ญาติสามารถยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานเขต อย่างไรก็ตาม กรณีเสียชีวิต ญาติต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง ไม่ควรฝากบุคคลอื่นดำเนินการแทนโดยไม่ตรวจสอบเงื่อนไข

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติและการแจ้งเคลม

แนวทางที่สามคือโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ผู้ที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองสามารถขอรับค่าสินไหมตามประเภทภัยและความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยวงเงินด้านที่อยู่อาศัยคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังต่อภัย

  • กรณีอุทกภัยหรือน้ำล้อม ได้รับเงินเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง และอาจได้รับเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท
  • กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ได้รับเงินเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้ง และอาจได้รับเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
  • กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ ได้รับความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน
  • กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ได้รับความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อคน

ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเคลมได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.ThaiNatCat.Org, LINE Official Account @Thainatcat, Call Center หมายเลข 0 2012 5555 และจุดแจ้งเคลมในพื้นที่ การแจ้งเคลมต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD จากนั้นจึงส่งเอกสารและหลักฐานตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด

เมื่อเอกสารครบถ้วนและผ่านการพิจารณา ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินผ่านระบบ PromptPay ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีธนาคาร โดยมีข้อมูลระบุว่าอาจได้รับการโอนเงินภายใน 15 วัน ดังนั้นควรตรวจสอบชื่อบัญชี เลขบัตรประชาชน และสถานะการผูกพร้อมเพย์ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการโอนเงินล่าช้า

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นเรื่อง

การเตรียมเอกสารให้ครบจะช่วยลดระยะเวลาในการตรวจสอบ ผู้ประสบภัยควรจัดเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารสิทธิหรือหลักฐานการอยู่อาศัย ภาพถ่ายความเสียหาย รายการทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ และเลขบัญชีธนาคารหรือข้อมูลพร้อมเพย์ หากเป็นกรณีเสียชีวิต ควรเตรียมใบมรณบัตร เอกสารแสดงความสัมพันธ์ของญาติ และหลักฐานอื่นตามที่หน่วยงานร้องขอ

นอกจากนี้ ควรเก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับและบันทึกวันที่ยื่นคำร้อง ชื่อหน่วยงาน รวมถึงเลขรับเรื่องไว้ด้วย หากต้องติดตามสถานะในภายหลังจะช่วยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้สะดวกขึ้น และควรระวังมิจฉาชีพที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่แล้วขอค่าดำเนินการหรือรหัสผ่านส่วนตัว หน่วยงานราชการไม่ควรเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการอนุมัติสิทธิ

สรุปแล้ว 3 แนวทางรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือฉุกเฉิน เงินเยียวยาตามมติ ครม. และการเคลมประกันภัยพิบัติ ประชาชนควรตรวจสอบสิทธิผ่านช่องทางทางการ ยื่นเอกสารให้ครบ และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง หากได้รับผลกระทบอย่ารอช้า ควรติดต่อหน่วยงานในพื้นที่หรือแจ้งเคลมตามช่องทางที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ได้มากที่สุด

ที่มา – 3 แนวทาง รัฐบาล เยียวยาน้ำท่วม 2569 เผย ช่องทางยื่นคำร้อง-แจ้งเคลม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *