3 โปรไทยรั้งที่ 6 ร่วม ศึกเอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น

3 โปรไทยรั้งที่ 6 ร่วม ศึกเอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น

ศึกกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น เดินทางมาถึงช่วงสำคัญ หลังจบการแข่งขันรอบที่สอง โดย 3 โปรไทยอย่าง สดมภ์ แก้วกาญจนา, อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ และนพรัฐ พานิชผล ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133 ทำให้ความหวังของแฟนกอล์ฟไทยยังคงสดใสในช่วงสองวันสุดท้าย

การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ตุลาคม 2569 ที่สนามมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สนามมีระยะ 6,713 หลา พาร์ 70 และมีนักกอล์ฟฝีมือดีจาก 27 ประเทศเข้าร่วมแข่งขันรวม 144 คน โดยมีนักกอล์ฟไทยลงชิงชัยถึง 26 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท ขณะที่แชมป์จะได้รับเงินรางวัล 180,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 6 ล้านบาท

3 โปรไทยรั้งที่ 6 ร่วม หลังทำผลงานโดดเด่น

สดมภ์ แก้วกาญจนา หรือโปรเพชร เจ้าของเหรียญทองแดงประเภทบุคคลจากเอเชียน เกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น เล่นรอบสองได้อย่างแข็งแกร่ง เขาทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 67 จากการเก็บ 4 เบอร์ดี้ติดต่อกันในหลุม 6-9 ก่อนเสียโบกี้เพียงหลุมเดียวที่หลุม 13 จบรอบด้วยสกอร์รวมสองวัน 7 อันเดอร์พาร์ 133

แม้ช่วงเริ่มต้นรอบจะยังทำเบอร์ดี้ไม่ได้ แต่สดมภ์สามารถปรับจังหวะการเล่นและกลับมาเก็บแต้มได้ต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำ 4 เบอร์ดี้รวด ซึ่งช่วยให้เกมของเขาไหลลื่นขึ้นอย่างชัดเจน ผลงานดังกล่าวทำให้ 3 โปรไทยรั้งที่ 6 ร่วม ศึกเอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น และมีโอกาสลุ้นอันดับสูงขึ้นในสองรอบที่เหลือ

สดมภ์ ซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์เอเชียน ทัวร์มาแล้ว 3 รายการ เปิดเผยว่า สภาพลมเป็นอุปสรรคสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ลมแรง นักกอล์ฟจำเป็นต้องเลือกแผนการเล่นให้เหมาะกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าจะยังคงเล่นตามแผนเดิม และประเมินสภาพสนามแบบหลุมต่อหลุมเพื่อสร้างโอกาสทำคะแนน

ด้าน อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ และนพรัฐ พานิชผล ต่างทำผลงานในรอบสองได้คนละ 4 อันเดอร์พาร์ 66 ส่งผลให้สกอร์รวมขึ้นมาอยู่ที่ 7 อันเดอร์พาร์ 133 เท่ากับสดมภ์ ทั้งสามคนจึงอยู่ในกลุ่มอันดับ 6 ร่วม และตามหลังผู้นำอยู่ 6 สโตรก ถือเป็นสถานการณ์ที่ยังเปิดกว้างสำหรับการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์

อิม ซองแจ นำเดี่ยวแบบไร้โบกี้

ผู้นำของรายการยังคงเป็น อิม ซองแจ โปรกอล์ฟชื่อดังจากเกาหลีใต้ เจ้าของแชมป์พีจีเอทัวร์ 2 รายการ รอบสองเขาทำเพิ่มอีก 7 อันเดอร์พาร์ 63 จากการเล่นที่แม่นยำและรักษาความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี ทำให้สกอร์รวมสองวันอยู่ที่ 13 อันเดอร์พาร์ 127

จุดเด่นของอิม ซองแจ คือการไม่เสียโบกี้ตลอดการเล่นทั้งสองรอบ เขาเก็บเบอร์ดี้ได้ต่อเนื่องและควบคุมเกมได้อย่างมั่นใจ โดยมี ออสติน ทรัสโลว์ จากสหรัฐอเมริกา และหวัง เหว่ยซวน จากไชนีสไทเป ไล่ตามอยู่ 3 สโตรก ที่สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 130

อิม ซองแจ ยอมรับว่า สภาพลมมีผลต่อการวางแผนอย่างมาก หากลมแรง เขาจะเลือกเล่นแบบปลอดภัยและลดความเสี่ยง แต่หากลมสงบก็พร้อมเปิดเกมบุกเพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ของนักกอล์ฟระดับโลก และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้เล่นไทยที่กำลังไล่ล่าผู้นำ

ผลงานนักกอล์ฟไทยและสถานการณ์ตัดตัว

นอกจากกลุ่ม 3 โปรไทยที่รั้งอันดับ 6 ร่วมแล้ว ยังมีนักกอล์ฟไทยอีกหลายคนทำผลงานได้ดี ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2016 เก็บเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 134 อยู่ในอันดับ 14 ร่วมกับ ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์, ธนภัทร พิชัยกุล และเฮนริก สเตนสัน โปรจอมเก๋าจากสวีเดน

สำหรับการแข่งขันรอบสอง มีนักกอล์ฟไทยผ่านการตัดตัวเข้าสู่สองวันสุดท้ายทั้งหมด 17 คน โดยเกณฑ์การตัดตัวอยู่ที่สกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 139 ถือเป็นจำนวนที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนักกอล์ฟไทยในเวทีเอเชียน ทัวร์ แฟนกอล์ฟจึงยังสามารถติดตามลุ้นผลงานของผู้เล่นไทยได้อีกหลายคน

  • สดมภ์ แก้วกาญจนา: สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133 อันดับ 6 ร่วม
  • อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์: สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133 อันดับ 6 ร่วม
  • นพรัฐ พานิชผล: สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133 อันดับ 6 ร่วม
  • ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ: สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 134 อันดับ 14 ร่วม
  • นักกอล์ฟไทยที่ผ่านตัดตัว: รวมทั้งหมด 17 คน

ขณะที่ พอล เคซีย์ อดีตมืออันดับ 3 ของโลกจากอังกฤษ ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 66 ขยับมาอยู่อันดับ 36 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 137 ส่วนปีเตอร์ ยูไลน์ ผู้เล่นจากลิฟกอล์ฟ ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวมอีเวนพาร์ 140 ไม่ผ่านการตัดตัว

ภาพรวมหลังผ่านครึ่งทางทำให้การแข่งขันยังน่าติดตามอย่างมาก แม้อิม ซองแจ จะนำห่างถึง 6 สโตรก แต่กอล์ฟสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ โดยเฉพาะสนามที่มีลมเป็นปัจจัยสำคัญ หาก 3 โปรไทยรั้งที่ 6 ร่วม ศึกเอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น สามารถรักษาความสม่ำเสมอและลดความผิดพลาดได้ พวกเขายังมีโอกาสขยับขึ้นไปลุ้นตำแหน่งท็อปไฟว์หรือแม้แต่แชมป์

สองรอบสุดท้ายจะเป็นบททดสอบทั้งเรื่องสมาธิ การเลือกไม้ และการวางแผนรับมือกับลม แฟนกอล์ฟไทยควรติดตามผลงานของทั้งสามโปรอย่างใกล้ชิด เพราะฟอร์มที่กำลังมาแรงอาจนำไปสู่บทสรุปที่น่าประทับใจได้ ร่วมส่งกำลังใจให้นักกอล์ฟไทยรักษาฟอร์มและสร้างผลงานบนเวทีเอเชียน ทัวร์ให้ดีที่สุด

ที่มา – 3โปรไทย ขยับแรง ขึ้นรั้งที่ 6 ร่วม ผ่านครึ่งทางศึก เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *