17 จังหวัดเสี่ยงดินถล่ม น้ำป่าจากฝนตกหนัก

กรมทรัพยากรธรณีแจ้งเตือนประชาชนใน 17 จังหวัด หลังหลายพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องและมีความเสี่ยงเกิดดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม โดยเฉพาะบริเวณภูเขา พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากฝนที่ตกสะสมอาจทำให้ดินอุ้มน้ำจนขาดเสถียรภาพ และเกิดการพังทลายลงมาได้

17 จังหวัดเสี่ยงดินถล่ม น้ำป่าจากฝนตกหนัก

พื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณีคาดการณ์ว่ามีโอกาสได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและอาจเกิดดินถล่มหรือน้ำป่าไหลหลาก มีทั้งหมด 17 จังหวัด ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ตราด เลย กระบี่ และระนอง

  • ตาก
  • แม่ฮ่องสอน
  • อุตรดิตถ์
  • นครสวรรค์
  • พิษณุโลก
  • เพชรบูรณ์
  • สุโขทัย
  • อุทัยธานี
  • กาญจนบุรี
  • สุพรรณบุรี
  • เพชรบุรี
  • ประจวบคีรีขันธ์
  • จันทบุรี
  • ตราด
  • เลย
  • กระบี่
  • ระนอง

17 จังหวัดเสี่ยงดินถล่ม น้ำป่าจากฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง

ประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดควรเฝ้าระวังสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหลังฝนตกหนัก เช่น น้ำในลำห้วยเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว สีของน้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น มีเศษกิ่งไม้หรือก้อนหินไหลมากับกระแสน้ำ ได้ยินเสียงผิดปกติจากภูเขา หรือพบรอยแตกร้าวบริเวณพื้นดินและกำแพงบ้าน สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่ากำลังมีน้ำป่าหรือดินถล่มเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ริมลำห้วย หรือใกล้เส้นทางน้ำไหลผ่าน ควรเตรียมแผนอพยพและกำหนดจุดปลอดภัยไว้ล่วงหน้า เก็บเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และไฟฉายไว้ในจุดที่หยิบใช้งานได้ทันที หากเจ้าหน้าที่ประกาศให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำโดยไม่รอให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ขณะที่ภาคตะวันออกอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สภาพอากาศดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่มีน้ำฝนสะสมเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ผู้ใช้รถใช้ถนนควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง หลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมขังหรือเส้นทางผ่านหุบเขาในช่วงที่ฝนตกหนัก ไม่ควรขับรถฝ่ากระแสน้ำ และไม่ควรจอดรถใกล้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ หรือบริเวณลาดเชิงเขา หากพบว่าถนนถูกตัดขาดหรือมีกระแสน้ำไหลแรง ควรหยุดรถในจุดปลอดภัยและติดตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

คำแนะนำรับมือฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก

อาสาสมัครเครือข่ายและผู้นำชุมชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้ครอบครัว ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการได้รับการช่วยเหลือก่อนกลุ่มอื่นเมื่อจำเป็นต้องอพยพ

หากเกิดเหตุธรณีพิบัติภัย เจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยเร็ว ประเมินความเสียหาย สำรวจเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ เพราะอาจมีดินหรือหินถล่มซ้ำ รวมถึงกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา

ข่าว 17 จังหวัดเสี่ยงดินถล่ม น้ำป่าจากฝนตกหนัก เป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในจุดเสี่ยงโดยตรง เพราะน้ำป่าและดินถล่มอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมและชุมชนใกล้เคียงได้ การเตรียมตัวล่วงหน้า ติดตามประกาศเตือนภัย และช่วยกันส่งต่อข้อมูลจากแหล่งทางการ จะลดความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนในชุมชนได้

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ความปลอดภัยของชีวิตต้องมาก่อนทรัพย์สินเสมอ

ที่มา – กรมทรัพยากรธรณี เปิดชื่อ 17 จังหวัด ฝนตกหนัก เสี่ยงดินถล่ม น้ำป่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *