ไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนทิ้งทหารชั้นผู้น้อย

ไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนกันแน่ทิ้งทหารชั้นผู้น้อย ซัดถูกแปะป้ายเรื่อง 112 ลั่นไม่มีใครโหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ อีก ซัดขบวนการปั่นหัวประชาชนหลงเชื่อพรรคส้มแก้แต่ 112 – ด้อยค่าทหาร

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่เขตสายไหม น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การหาเสียงที่มีคนตั้งคำถามรุนแรงระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เรามักจะเจอกับเหตุการณ์นี้ แต่ใน 1 วันไม่ได้มีเยอะ

เช่น ไปตลาดอาจจะมีสัก 1 คนที่เข้ามาถามเราว่าทหารมีไว้ทำไม หรือตั้งคำถามว่าทำไมเราแก้แต่มาตรา 112 แก้แต่รัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าเรายินดีที่จะตอบ เป็นเรื่องปกติของการหาเสียง ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนอย่างเดียว ทุกพรรคก็น่าจะเจอเหมือนกัน แต่ความรุนแรงอาจจะมากน้อยต่างกันไป

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา มีคำถามว่าในสภาเราทำงานบ้างหรือไม่ ทำไมแก้แต่มาตรา 112 เอาหรือไม่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องยืนยันว่าเรื่องมาตรา 112 ที่เราถูกโจมตี แทบไม่มีใครพูดถึงเลย และไม่ใช่พรรคประชาชนด้วยซ้ำที่เริ่มพูดถึงเรื่องนี้ มีแต่คนอื่นเอาป้ายนี้มาแปะเรา

ถามว่าในสภาพวกเราทำอะไรบ้าง พวกเราพยายามผลักดันกฎหมายแรงงาน ลาคลอดที่จากเดิม 90 วันเป็น 180 วัน แต่สุดท้ายได้มา 120 วันและให้ผู้ชายสามารถลาเลี้ยงดูลูกได้ด้วย พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด เราก็ผลักดัน แต่ก็เกิดการยุบสภาก่อน อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอีกมากมาย เราทำเยอะมาก

“ดิฉันต้องบอกว่ามันเป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ต้องเรียกว่าเขาทำสำเร็จจริงๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพวกเราแก้แต่มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่พรรคประชาชนแทบจะเป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม โดนกระทำในแบบที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต

มีพรรคการเมืองไหนบ้าง ในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม แล้วไปยืนเคียงข้างเขา ที่ดิฉันเห็นมีแต่วันนี้ที่ออกมาโจมตีพรรคประชาชนในช่วงเลือกตั้ง บอกว่าพวกเราด้อยค่าทหาร ทหารมีไว้ทำไม ดิฉันถามดีกว่าว่าในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนกระทืบ หลายคนต้องเสียชีวิต ล่าสุดอาจจะเป็นการอำพรางด้วยซ้ำ ท่านอยู่ที่ไหน มีนี่แหละนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีกรรมาธิการการทหาร ตามล่าหาความจริงกับเรื่องเหล่านี้” น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อถามว่า ครั้งนี้กองทัพเป็นคนมาเล่นด้วยมองว่ากองทัพทำร้ายพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.รักชนก หันไปหาผู้สมัครคนอื่นให้ตอบแทน โดย นายกิตติพงษ์ ปิยวัณโณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร และได้เข้าไปให้คำปรึกษาหลายเรื่อง ซึ่งทหารส่วนมากก็ให้การสนับสนุนพรรคประชาชน เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2566 ในพื้นที่ทหาร ก็ให้ความไว้วางใจกับพรรคก้าวไกล

มีเพียงทหารบางส่วนที่พยายามสร้างกระแส สร้างความแตกแยกระหว่างพรรคประชาชนกับพี่น้องทหาร ข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคประชาชนเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพ ไม่มีมูลความจริงเลย ไปดูข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านการทำงานของคณะกรรมาธิการการทหารและนโยบายของประชาชน

จากนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าจะดูความจริงใจจากนักการเมืองเวลาที่เขาพูดว่าเขารักชาติ รักพ่อแม่พี่น้องทหาร ดูจากไหน ท่านดูได้จากตอนที่โหวตกฎหมาย พรรคประชาชนยื่นกฎหมายที่จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพหรือการให้กองทัพต้องมาขึ้นศาลพลเรือน นักการเมืองที่ทุกวันนี้ออกมาโจมตีพวกเรา ว่าพวกเราด้อยค่ากองทัพ ด้อยค่าทหาร พวกเขาโหวตอย่างไร เรามีดิจิทัลฟรุตปริ้นต์

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนคิดมากเกินไปหรือไม่ แต่ก่อนการรัฐประหารในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการส่งสัญญาณ กองทัพก็สื่อสารกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะทำรัฐประหารหรือไม่ ก็ตอบไม่ทำ

แต่สุดท้ายก็เสียสัตย์และทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งมา 10 กว่าปี จนทุกวันนี้ ตัวเขาไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาทำไว้ยังอยู่ และดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยอันดับก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ มีมรดกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560

เมื่อถามว่า จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดชัดเจนว่าต่อจากนี้จะไม่มี สส.จากพรรคประชาชนคนไหน ไม่ว่าเราจะชนะเลือกตั้งจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม แต่จะไม่มี สส.จากพรรคคนไหนไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า พรรคไหนเข้าข่ายสีเทา น.ส.รักชนก กล่าวว่า ต้องถามแกนนำ ตนตอบไม่ได้ ส่วนนโยบาย 112 ศาลรัฐคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าไม่ให้เอามาพูดในการหาเสียง หรือไม่ให้เอามาใช้ในการรณรงค์หาเสียง ตนขอความร่วมมือสื่อมวลชนจริงๆ ท่านกำลังจะทำให้พวกเราผิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและอาจจะโดนยุบพรรคอีกรอบก็ได้ ถ้าเราตอบเรื่องนี้

เมื่อถามว่า รักทหารหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ก็เหมือนกับคำถามอื่นว่าตนรักสื่อมวลชนหรือไม่ รักอาชีพหมอ อาชีพพยาบาลหรือไม่ แน่นอนว่ามันก็มีคนที่ดีและคนไม่ดีอยู่ในแต่ละอาชีพ ดังนั้น ตนคิดว่าตนยืนอยู่เคียงข้างพ่อแม่พี่น้องทหารที่ถูกกระทำ ใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรักหรือไม่รักตนก็ตาม

ไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนทิ้งทหารชั้นผู้น้อย

จากประเด็นร้อนทางการเมืองที่เกิดขึ้น น.ส.รักชนกได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ และแสดงจุดยืนของพรรคประชาชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่มีการกล่าวหาว่าพรรคด้อยค่าทหาร ซึ่งเจ้าตัวได้ตอบโต้ประเด็นนี้อย่างดุเดือด และตั้งคำถามกลับไปยังพรรคอื่นๆ ว่าในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยถูกกระทำ พวกเขาเหล่านั้นอยู่ที่ไหนกัน

มุมมองของไอซ์ รักชนก ต่อประเด็นทหารชั้นผู้น้อย

มุมมองของไอซ์ รักชนก ต่อประเด็นไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนทิ้งทหารชั้นผู้น้อย นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยต่อผู้ที่ถูกกดขี่และไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารชั้นผู้น้อยที่มักตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหาร

นอกจากนี้ น.ส.รักชนกยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพและการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในสังคม

จากกรณีไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนทิ้งทหารชั้นผู้น้อย ทำให้เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พร้อมจะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมในสังคม แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันและข้อกล่าวหาต่างๆ นานา

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

ที่มา – ไอซ์ รักชนก ถามกลับพรรคไหนกันแน่ทิ้งทหารชั้นผู้น้อย ซัดถูกแปะป้ายเรื่อง112

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *