ไทยช่วยไทยพลัส ต่ออีก 2 เดือน ต.ค.-พ.ย.

ไทยช่วยไทยพลัส ต่ออีก 2 เดือน ต.ค.-พ.ย. เดินหน้าช่วยประชาชนและเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โครงการช่วยเหลือประชาชนมีความคืบหน้าสำคัญ หลังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้มีมติเห็นชอบให้ขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยระยะเวลาที่ขยายเพิ่มเติมคือเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 มาตรการดังกล่าวยังคงใช้รูปแบบการร่วมจ่าย 60:40 เช่นเดิม ซึ่งหมายความว่ารัฐจะช่วยสมทบค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ประชาชนจะร่วมจ่ายในสัดส่วนที่เหลือ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ข้อเสนอการต่ออายุโครงการจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยจะใช้งบประมาณจากกรอบวงเงินที่มีอยู่แล้ว การดำเนินการครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดมาตรการเดิม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงปลายปี

ไทยช่วยไทยพลัส ต่ออีก 2 เดือน ต.ค.-พ.ย.

การต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนยังคงได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิเป็นประจำเพื่อซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ระบุว่าได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการอย่างรอบคอบแล้ว และเห็นว่าโครงการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์ของพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

แหล่งเงินสำหรับการขยายโครงการจะมาจากกรอบวงเงินเยียวยา 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกำหนดเงินกู้ดังกล่าว กระทรวงการคลังคาดว่าวงเงินส่วนนี้จะเพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการต่ออีก 2 เดือน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้โยกงบประมาณจากวงเงินอีก 200,000 ล้านบาทที่จัดเตรียมไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ไทยช่วยไทยพลัส กับการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากการช่วยเหลือประชาชนทั่วไปแล้ว รัฐบาลยังเตรียมเติมเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย เนื่องจากเมื่อมีการขยายมาตรการร่วมจ่าย 60:40 ให้กับประชาชนทั่วไป กลุ่มผู้มีรายได้น้อยก็ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเช่นกัน การเติมเงินจะยึดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติ และผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะเริ่มได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาผลการทบทวนสิทธิของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง รวมถึงผู้ที่อยู่ในขั้นตอนการยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC กระทรวงการคลังมีกำหนดประกาศผลในวันที่ 30 กันยายน 2569 ดังนั้น ผู้มีสิทธิควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบข้อมูลของตนเองผ่านช่องทางที่ประกาศอย่างเป็นทางการ

จุดที่หลายคนให้ความสนใจคือ ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ จะยังมีโอกาสได้รับสิทธิจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสแทน แนวทางนี้ช่วยลดความกังวลของประชาชนบางส่วนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ และทำให้การช่วยเหลือสามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิควรรอรายละเอียดเรื่องจำนวนเงิน เงื่อนไขการใช้จ่าย และช่องทางการรับสิทธิจากประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิและยอดใช้จ่ายล่าสุด

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสมีผู้ได้รับสิทธิแล้วประมาณ 26 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมระหว่างวันที่ 1 มิถุนายนถึง 16 กันยายน 2569 รวมประมาณ 159,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่ายสะสมราว 88,000 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายประมาณ 65,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ามาตรการได้รับความสนใจและมีการนำไปใช้ในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ที่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจำนวนประมาณ 9.5 ล้านคน ส่วนผู้ที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอทบทวนสิทธิมีประมาณ 5 ล้านคน จำนวนผู้ลงทะเบียนที่อยู่ในระบบจึงมีไม่น้อย และผลการประกาศสิทธิในวันที่ 30 กันยายนจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการจัดสรรความช่วยเหลือในระยะต่อไป

สำหรับประชาชนที่ต้องการเตรียมตัว สามารถตรวจสอบเรื่องสำคัญได้ดังนี้

  • ติดตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการขยายโครงการอย่างเป็นทางการ
  • ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนและผลการทบทวนสิทธิของตนเอง
  • เตรียมบัตรประชาชนและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตน
  • ศึกษาร้านค้า สินค้า และบริการที่เข้าร่วมมาตรการตามเงื่อนไข
  • วางแผนการใช้สิทธิให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

โดยสรุป ไทยช่วยไทยพลัส ต่ออีก 2 เดือน ต.ค.-พ.ย. ถือเป็นมาตรการที่ช่วยต่อเนื่องทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่รายละเอียดสุดท้ายยังต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่หลงเชื่อข้อความที่ส่งต่อกันโดยไม่มีการยืนยัน และใช้สิทธิอย่างรอบคอบเพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดประโยชน์สูงสุดต่อครอบครัว

มุมมองที่น่าสนใจคือ การต่อโครงการอีก 2 เดือนอาจช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงปลายปีได้ดี หากประชาชนและร้านค้าปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถูกต้อง มาตรการนี้ก็จะช่วยหมุนเวียนเงินในชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยได้มากขึ้น ดังนั้น ผู้มีสิทธิควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มใช้สิทธิ และติดตามประกาศอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – เคาะแล้ว! ไทยช่วยไทยพลัส ต่ออีก 2 เดือน ต.ค.-พ.ย. เติมเงินช่วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *