ไต้หวันสั่งฟ้อง 62 ราย โยง “ปรินซ์ กรุ๊ป” เอี่ยวศูนย์สแกมข้ามชาติ

ไต้หวันสั่งฟ้อง 62 ราย โยง “ปรินซ์ กรุ๊ป” เอี่ยวศูนย์สแกมข้ามชาติ
อัยการไต้หวันออกคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 62 รายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเบื้องหลังขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติขนาดใหญ่ คดีนี้สร้างความฮือฮาในแวดวงธุรกิจและกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมูลค่ามหาศาล
รายละเอียดการฟ้องร้องและผู้ต้องหาหลัก
สำนักงานอัยการไต้หวันแถลงว่า เครือข่ายนี้ใช้ไต้หวันเป็นฐานเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายผ่านบริษัทบังหน้า ก่อนนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เพื่อปกปิดแหล่งที่มา หนึ่งในผู้ถูกฟ้องสำคัญคือเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ซึ่งถูกจับในกัมพูชาและส่งตัวไปจีนเมื่อเดือนมกราคม 2569 สื่อจีนเผยภาพเขาถูกคลุมหัวและใส่กุญแจมือที่สนามบินปักกิ่ง
ทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าปรินซ์ กรุ๊ปเป็นเพียงฉากหน้าของการฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ยอดเงินที่ไหลเข้าสู่ไต้หวันราว10,800 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ถูกใช้ซื้อทรัพย์สินมากมาย
ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัด
ทางการไต้หวันสามารถอายัดทรัพย์ได้กว่า5,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยรายการทรัพย์สินที่โดดเด่นมีดังนี้:
- อสังหาริมทรัพย์ 24 แห่ง
- รถยนต์หรู 35 คัน รวมเฟอร์รารีและแบรนด์อื่นๆ
- เงินสด สินค้าแบรนด์เนม เช่น กระเป๋า รองเท้า มูลค่ารวมกว่า 55.53 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ไต้หวันนำรถหรู 33 คันออกประมูล สร้างรายได้คืนสู่รัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีไต้หวันสั่งฟ้อง 62 ราย โยง “ปรินซ์ กรุ๊ป” เอี่ยวศูนย์สแกมข้ามชาติ
การตอบโต้จากปรินซ์ กรุ๊ปและผลกระทบกว้างไกล
ปรินซ์ กรุ๊ปออกแถลงการณ์ผ่านสำนักงานกฎหมายในสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ อย่างไรก็ตาม คดีนี้กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของไต้หวัน เนื่องจากเครือข่ายใช้คนไทยสัญชาติไต้หวันเป็นเครื่องมือ ผ่านแพลตฟอร์มพนันออนไลน์และระบบโอนเงินนอกระบบ
เจ้าหน้าที่ในสิงคโปร์ ฮ่องกง และประเทศเอเชียอื่นๆ ก็ยึดทรัพย์และจับกุมผู้เกี่ยวข้องเช่นกัน อุตสาหกรรมสแกมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่โควิด-19 สร้างรายได้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์ โดยใช้แรงงานที่ถูกหลอกลวงหรือค้ามนุษย์
คดีไต้หวันสั่งฟ้อง 62 ราย โยง “ปรินซ์ กรุ๊ป” เอี่ยวศูนย์สแกมข้ามชาตินี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ ผู้ประกอบการธุรกิจควรตรวจสอบพันธมิตรให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
บทเรียนและคำแนะนำป้องกัน
จากกรณีนี้ แนะนำให้ประชาชนระวังการลงทุนที่ดูดีเกินจริง ตรวจสอบแหล่งเงินทุน และใช้บริการธนาคารที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ รัฐบาลควรเสริมสร้างกฎหมายฟอกเงินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คดีนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในการกำจัดศูนย์สแกมข้ามชาติ หากคุณพบข้อมูลน่าสงสัย รายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อปกป้องสังคม
ที่มา – ไต้หวันสั่งฟ้อง 62 ราย โยง “ปรินซ์ กรุ๊ป” เอี่ยวศูนย์สแกมข้ามชาติ