ในหลวงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ
ในหลวงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ
วงการมวยไทยได้รับข่าวสำคัญและความปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งภายในมีเลข ๑๐ ประดิษฐานเหนือเครื่องหมายของสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ การพระราชทานครั้งนี้นับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นสิริมงคลแก่สมาคม ผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยไทยทั่วประเทศ
ข่าว ในหลวงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ สะท้อนถึงความสำคัญของมวยไทยในฐานะศิลปะการต่อสู้และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เครื่องหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ประจำสมาคมเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความภาคภูมิใจ ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของคนในวงการที่จะร่วมกันรักษาเอกลักษณ์ของมวยไทย พร้อมผลักดันให้กีฬาประจำชาติเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น
ในหลวงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ มีความหมายต่อวงการมวยไทย
การได้รับพระบรมราชานุญาตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงรับเป็น “องค์นายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความซาบซึ้งและกำลังใจแก่คณะผู้บริหารสมาคม รวมถึงนักกีฬามวยไทยทุกระดับ
สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมฯ ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตผ่านหน่วยราชการในพระองค์ 904 โดยหนังสือดังกล่าวส่งถึงสมาคมเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 และลงนามโดย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระมหาพิชัยมงกุฎที่ได้รับพระราชทานอนุญาตให้เชิญเหนือเครื่องหมายสมาคม มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ทั้งด้านความเป็นสิริมงคล ความจงรักภักดี และความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามภารกิจของสมาคม การใช้สัญลักษณ์นี้จึงมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ สมาคมจะต้องรักษามาตรฐานการทำงาน ส่งเสริมจริยธรรมของนักกีฬา และพัฒนามวยไทยอย่างเหมาะสมในทุกมิติ
พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักกีฬามวยไทยเยาวชน
ก่อนคณะนักกีฬามวยไทยเยาวชนทีมชาติไทยเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2026 หรือ “อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 6-16 พฤศจิกายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะนักกีฬา ผู้บริหารสมาคม เจ้าหน้าที่ และผู้ฝึกสอนเข้าเฝ้าฯ
โอกาสดังกล่าวสร้างความเป็นสิริมงคลและกำลังใจแก่เยาวชนทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก นักกีฬาทุกคนได้รับแรงสนับสนุนให้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ มีวินัย เคารพกติกา และแสดงออกถึงน้ำใจนักกีฬา การแข่งขันระดับโลกไม่ได้วัดเพียงผลแพ้ชนะเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้เยาวชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ พบปะนักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ และเผยแพร่ความงดงามของมวยไทยสู่สายตานานาชาติ
เป้าหมายยกระดับมวยไทยสู่เวทีนานาชาติ
ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เปิดเผยว่า การที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงรับเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ และการที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระมหาพิชัยมงกุฎเหนือเครื่องหมายสมาคม ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ อย่างหาที่สุดมิได้ คณะผู้บริหารสมาคมพร้อมทุ่มเทกำลังในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อยกระดับกีฬามวยไทยให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก
แนวทางการพัฒนามวยไทยในอนาคตควรครอบคลุมทั้งการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ การพัฒนาผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของนักกีฬา รวมถึงการส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังควรนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มาช่วยยกระดับการฝึกซ้อม โดยยังคงรักษารากฐาน วัฒนธรรม และแม่ไม้มวยไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
- ด้านนักกีฬา: สร้างโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกฝนและแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
- ด้านครูมวย: สนับสนุนการถ่ายทอดความรู้และมาตรฐานการฝึกสอน
- ด้านการแข่งขัน: พัฒนาระบบให้โปร่งใส ปลอดภัย และได้รับความเชื่อถือ
- ด้านวัฒนธรรม: เผยแพร่ประวัติศาสตร์และคุณค่าของมวยไทยแก่คนรุ่นใหม่
- ด้านนานาชาติ: ผลักดันมวยไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั่วโลก
สำหรับคนไทย ข่าวนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของสัญลักษณ์บนเครื่องหมายสมาคม แต่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลมวยไทยอย่างจริงจัง การสนับสนุนจากภาครัฐ สมาคม สโมสร ครอบครัว และแฟนกีฬาจะช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นตัวแทนเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ของไทยอย่างสง่างาม
จากเหตุการณ์ ในหลวงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ วงการมวยไทยจึงได้รับทั้งเกียรติและความรับผิดชอบครั้งสำคัญ ทุกภาคส่วนควรร่วมกันสืบสานคุณค่าของมวยไทยให้คงอยู่ พร้อมพัฒนาให้ทันสมัยและก้าวไกลในเวทีโลก ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร สนับสนุนนักกีฬาไทย และร่วมส่งกำลังใจให้เยาวชนผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศ เพื่อให้มวยไทยเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
ที่มา – ในหลวง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระมหาพิชัยมงกุฎ เหนือเครื่องหมายสมาคมกีฬามวยไทยฯ