โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้ง 3 พระราชาคณะ ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม

ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญที่สร้างความยินดีให้กับวงการสงฆ์ไทย เมื่อ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้ง 3 พระราชาคณะ ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะจำนวน 3 รูป ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ดและมหาสารคาม

โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้ง 3 พระราชาคณะ ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม

เหตุการณ์นี้ถือเป็นพระราชกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ แสดงถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง สมณศักดิ์ที่พระราชทานครั้งนี้ไม่เพียงยกย่องพระสงฆ์ผู้มีคุณธรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวัดและชุมชนในท้องถิ่นด้วย

รายละเอียดพระราชาคณะที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร

มาดูรายชื่อและรายละเอียดของพระราชาคณะทั้ง 3 รูปที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์กันครับ

  • 1. พระโสภณปริยัตยาภรณ์ เป็นพระราชโสภณวัชราภรณ์ สุนทรธรรมานุสิฐ มหาคณิสสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดยางเครือ จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านมีฐานานุศักดิ์ สามารถตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป ได้แก่ พระครูปลัด 1 รูป พระครูสังฆรักษ์ 1 รูป พระครูสมุห์ 1 รูป และพระครูใบฎีกา 1 รูป การเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นราชนี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญและคุณงามความดีที่ท่านปฏิบัติมา
  • 2. พระครูบัณฑิตานุรักษ์ วัดโกศลรังสฤษดิ์ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระบัณฑิตวชิราทร ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีความรู้ด้านบัณฑิตธรรมะ และมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์พระพุทธศาสนาในพื้นที่
  • 3. พระมหาอรรถพงษ์ สิริโสภโณ (เปรียญธรรม 9 ประโยค) วัดมหาชัย พระอารามหลวง จังหวัดมหาสารคาม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระศรีวัชโรภาส ท่านเป็นพระเปรียญธรรมชั้นสูงสุด มีคุณูปการต่อการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้ง

ทั้งสามรูปนี้ได้รับพระราชทานตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ความสำคัญของการพระราชทานสมณศักดิ์

การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้ง 3 พระราชาคณะ ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม ไม่ใช่แค่การเลื่อนยศฐาบรรดาศักดิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้พระสงฆ์ทุกรูปเกิดแรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรม การศึกษาพระปริยัติธรรม และการเผยแผ่พระธรรมะสู่ประชาชน สมณศักดิ์ชั้นราชอย่างพระราชโสภณวัชราภรณ์นั้น หายากและต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะสงฆ์ผู้มีอำนาจ

วัดยางเครือ วัดโกศลรังสฤษดิ์ และวัดมหาชัย ล้วนเป็นวัดสำคัญในภาคอีสานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน วัดยางเครือตั้งอยู่ในอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมานาน วัดโกศลรังสฤษดิ์ก็เช่นกัน มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกิจกรรมทางศาสนาที่คึกคัก ส่วนวัดมหาชัย พระอารามหลวงในมหาสารคาม ยิ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมชั้นนำ

พระราชกรุณานี้จะช่วยให้วัดเหล่านี้มีฐานะมั่นคงยิ่งขึ้น สามารถจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม สร้างพระเครื่อง และจัดกิจกรรมสาธารณประโชชน์ได้ดียิ่งกว่าเดิม ชาวร้อยเอ็ดและมหาสารคามต่างดีใจและพร้อมถวายพระเกียรติยศแด่พระสงฆ์ผู้เจริญ

ในฐานะที่ติดตามข่าวพระราชทานสมณศักดิ์มาอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีของพระพุทธศาสนาไทยที่ยังคงมั่นคง แม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน การยกย่องพระสงฆ์ดีเด่นเช่นนี้ช่วยรักษาคุณค่าทางจิตวิญญาณไว้ได้ ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าทุกจังหวัดมีพระราชาคณะเช่นนี้เพิ่มขึ้น พระพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองแค่ไหน

เชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารพระราชทานสมณศักดิ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้ง 3 พระราชาคณะ ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *