แมนยูแพ้เชลซี 0-2 ไร้ชัย 9 เกมติด
แมนยูแพ้เชลซี 0-2 ไร้ชัย 9 เกมติด กลายเป็นผลการแข่งขันที่ทำให้สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังต้องบุกไปเยือน เชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีกช่วงวันฮัลโลวีน และกลับออกมามือเปล่าอีกครั้ง แม้เกมในช่วงแรกจะยังมีจังหวะลุ้นทำประตูอยู่บ้าง แต่สุดท้ายความผิดพลาดในเกมรับ การเสียผู้เล่น และการเปลี่ยนจังหวะของ เชลซี ทำให้ทีมเยือนพ่ายแพ้ไปแบบหมดรูป
ผลการแข่งขันนัดนี้ไม่เพียงทำให้ แมนยู แพ้ 0-2 เท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นเกมที่ 9 ในทุกรายการอีกด้วย ฟอร์มที่ย่ำแย่ต่อเนื่องส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจของนักเตะ รวมถึงสถานการณ์บนตารางคะแนนที่เริ่มกดดันมากขึ้นทุกที ขณะที่ เชลซี ได้สามคะแนนสำคัญและขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ได้สำเร็จ
แมนยูแพ้เชลซี 0-2 ไร้ชัย 9 เกมติด
ก่อนเริ่มเกม แมนยู ตัดสินใจส่ง บรูโน แฟร์นันเดส กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากกัปตันทีมมีปัญหาจนถูกดร็อปในนัดก่อน การกลับมาของเขาถูกคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในแดนกลางและทำให้เกมรุกของทีมมีชีวิตชีวามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในสนามยังไม่ดีขึ้นอย่างที่แฟนบอลต้องการ
เชลซี เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม เจ้าบ้านพยายามใช้ความเร็วของแนวรุกและการเคลื่อนที่จากแดนกลางเล่นงานแนวรับ แมนยู นาทีที่ 15 เชลซี เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เปาโล เนโต ตั้งป้อมยิงด้วยซ้าย บอลไปเข้าทาง เอสเตเวา ซ้ำระยะเผาขนเข้าไป แต่ผู้ตัดสินตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้ แมนยู ยังรอดพ้นจากการเสียประตูไปได้
ทางฝั่ง แมนยู มีโอกาสลุ้นจากลูกตั้งเตะในนาทีที่ 34 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งชงบอลต่อให้ มาเตอุส คุนญา พยายามโหม่งปาดหน้า ไมค์ เพนเดส นายทวารของ เชลซี บอลเข้าประตูไปแล้ว แต่การตรวจสอบจังหวะก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า คุนญา อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ประตูดังกล่าวจึงไม่ถูกนับ ทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันในช่วงพักครึ่ง
แมนยูแพ้เชลซี 0-2 เพราะเสียสมาธิในครึ่งหลัง
ครึ่งหลังเริ่มต้นได้เพียง 5 นาที เชลซี ก็เปลี่ยนความได้เปรียบให้กลายเป็นประตูขึ้นนำ เจ้าบ้านตัดบอลได้บริเวณแดนกลาง ก่อนส่งต่อให้ มอร์แกน โรเจอร์ส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากผ่านแนวรับ แมนยู เข้าไปยิงอย่างเด็ดขาด จังหวะนี้สะท้อนปัญหาของทีมเยือนที่เสียบอลง่ายและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีมากเกินไป
หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง แมนยู พยายามเร่งเกมเพื่อทวงประตูคืน แต่จังหวะการต่อบอลยังขาดความแน่นอน บรูโน ต้องถอยลงมาช่วยรับบอลมากขึ้น ขณะที่แนวรุกไม่สามารถสร้างโอกาสแบบต่อเนื่องได้ เชลซี จึงมีโอกาสควบคุมเกมและรอเล่นงานจากการเปลี่ยนจังหวะสวนกลับ
สถานการณ์ของ แมนยู ยิ่งเลวร้ายลงในนาทีที่ 62 เมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ซึ่งมีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว ไปกางศอกใส่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ในเขตโทษ ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง พร้อมมอบจุดโทษให้ เชลซี การเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนทำให้ แมนยู เสียเปรียบอย่างหนัก และแทบไม่มีโอกาสกลับเข้าสู่เกมได้เหมือนเดิม
โคล พาลเมอร์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษและยิงเข้าไปอย่างไม่พลาด เชลซี จึงหนีห่างเป็น 2-0 ทั้งสกอร์และจำนวนผู้เล่นในสนามทำให้เจ้าบ้านเล่นได้ง่ายขึ้น ส่วน แมนยู ต้องพยายามตั้งรับเพื่อไม่ให้เสียประตูเพิ่ม แม้จะมีช่วงที่พยายามเปิดเกมรุก แต่คุณภาพของการเข้าทำยังไม่มากพอที่จะกดดันแนวรับ เชลซี ได้อย่างจริงจัง
- เชลซี เก็บสามคะแนนและขยับขึ้นสู่อันดับ 4 ของตาราง
- แมนยู แพ้ด้วยสกอร์ 0-2 และไม่ชนะใคร 9 เกมติดต่อกัน
- ลิซานโดร มาร์ติเนซ ถูกไล่ออกจากสนามหลังได้รับใบเหลืองที่สอง
- โคล พาลเมอร์ ยิงจุดโทษให้ เชลซี หนีเป็น 2-0
- แมนยู มี 7 คะแนนจากการชนะ 1 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 4 นัด
ช่วงท้ายเกม เชลซี ยังเกือบได้ประตูที่สามจากจังหวะสวนกลับ โรเมโอ ลาเวีย ตัดบอลจาก บรูโน ก่อนส่งให้ เอสเตเวา หลุดเข้าไปยิงเต็มแรงที่เสาแรก บอลผ่านผู้รักษาประตู แมนยู เข้าไปแล้ว แต่ VAR ตรวจพบว่าเป็นลูกล้ำหน้า ทำให้เจ้าบ้านยังไม่สามารถบวกประตูเพิ่มได้
เมื่อไม่มีสกอร์เพิ่มเติม เชลซี จึงเปิดบ้านเอาชนะ แมนยู ไปด้วยผล 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 16 คะแนน และขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ขณะที่ แมนยู ยังคงมี 7 คะแนนเท่าเดิม อยู่ในอันดับ 16 ของตาราง ผลงานดังกล่าวทำให้ทีมเริ่มเข้าใกล้พื้นที่อันตราย และมีโอกาสหล่นลงไปอยู่ในโซนหนีตกชั้น หากยังไม่สามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้โดยเร็ว
สถิติที่น่ากังวลอีกอย่างคือชัยชนะครั้งสุดท้ายของ แมนยู เกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่เอาชนะ ซาบาห์ ด้วยสกอร์ 4-1 เมื่อวันที่ 11 กันยายน นั่นหมายความว่าทีมรอชัยชนะมานานถึง 50 วันแล้ว การขาดความสม่ำเสมอทั้งเกมรุกและเกมรับจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทีมงานต้องเร่งแก้ไข
สำหรับ แมนยู สิ่งที่ต้องปรับปรุงมีหลายด้าน ตั้งแต่การรักษาความเข้มข้นในช่วงต้นครึ่งหลัง การลดความผิดพลาดในแดนกลาง ไปจนถึงการควบคุมอารมณ์ของนักเตะในสถานการณ์กดดัน การเสียใบแดงและจุดโทษในเกมเดียวกันทำให้แผนการเล่นพังลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันแนวรุกก็ต้องเพิ่มความเฉียบคม เพราะโอกาสที่มีไม่ควรถูกปล่อยให้หลุดมือซ้ำแล้วซ้ำอีก
แมนยูแพ้เชลซี 0-2 ไร้ชัย 9 เกมติด เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าทีมไม่สามารถพึ่งพาชื่อเสียงหรือความสำเร็จในอดีตได้อีกต่อไป นักเตะและทีมสตาฟฟ์ต้องร่วมกันหาทางออกให้เร็วที่สุด เกมถัดไปจึงมีความหมายมากกว่าการลุ้นสามคะแนน เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกู้วิกฤต หรือทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นไปอีก แฟนบอล แมนยู คงต้องจับตาดูว่าทีมจะตอบสนองต่อความพ่ายแพ้นัดนี้อย่างไร และหวังว่าจะได้เห็นความมุ่งมั่นที่แตกต่างออกไปในเกมหน้า
ในมุมมองของแฟนบอล การเปลี่ยนแปลงอาจต้องเริ่มจากพื้นฐานง่าย ๆ อย่างการเล่นให้รัดกุมขึ้น วิ่งช่วยกันทุกตำแหน่ง และลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น หาก แมนยู ทำได้ โอกาสกลับมาสร้างความมั่นใจก็ยังมีอยู่ แต่หากปล่อยให้สถิติไร้ชัยยืดเยื้อต่อไป ฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดของสโมสร
ที่มา – แมนยู ยับรับวันฮัลโลวีน โดน เชลซี เปิดบ้านทุบ – ผีแดง ไร้ชัย 9 เกมติด