เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง
เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง
ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยเตรียมลงสนามในศึกเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 หรือ “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 โดยไทยตั้งเป้าคว้าเหรียญทองให้ได้ไม่น้อยกว่า 27 เหรียญ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและสะท้อนความพร้อมของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และสมาคมกีฬาที่ร่วมกันวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันครั้งนี้มีการชิงชัยทั้งหมด 18 ชนิดกีฬา รวม 492 เหรียญทอง นักกีฬาไทยจะเข้าร่วมการแข่งขันครบทุกชนิดกีฬาที่เตรียมไว้ โดยมีนักกีฬาจำนวน 265 คน และเจ้าหน้าที่ 147 คน รวมคณะทั้งหมด 412 คน การเตรียมทีมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมถึง 4 สมาคมกีฬา ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการดูแลนักกีฬาให้พร้อมที่สุดก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริง
เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง จากหลายชนิดกีฬา
เป้าหมายของไทยไม่ได้มาจากกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เกิดจากศักยภาพของนักกีฬาในหลายสนาม โดยชนิดกีฬาที่มีโอกาสสร้างผลงานโดดเด่น ได้แก่ วีลแชร์เรซซิ่ง กรีฑา เทเบิลเทนนิส วีลแชร์ฟันดาบ แบดมินตัน บอคเซีย ยิงปืน ว่ายน้ำ ยิงธนู จักรยาน ยกน้ำหนัก และเทควันโด นักกีฬาแต่ละคนต่างมีประสบการณ์จากการแข่งขันระดับนานาชาติ จึงมีความหวังว่าจะสามารถเก็บคะแนนและเหรียญรางวัลได้ตามแผน
- วีลแชร์เรซซิ่งและกรีฑา เป็นกีฬาที่ไทยมีนักกีฬาฝีมือดีและมีประสบการณ์ในเวทีระดับเอเชีย
- บอคเซียและเทเบิลเทนนิส ต้องอาศัยความแม่นยำ สมาธิ และการวางแผนตลอดการแข่งขัน
- แบดมินตันและวีลแชร์ฟันดาบ มีนักกีฬารุ่นใหม่ที่กำลังทำผลงานได้อย่างน่าสนใจ
- ว่ายน้ำ ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน ยกน้ำหนัก และเทควันโด เป็นอีกกลุ่มกีฬาที่มีลุ้นเหรียญจากความแข็งแกร่งและประสบการณ์ของนักกีฬาไทย
ในการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ทัพพาราไทยทำผลงานคว้าได้ 27 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน และ 55 เหรียญทองแดง พร้อมจบอันดับที่ 7 ของตารางเหรียญรางวัล ดังนั้น การตั้งเป้าครั้งนี้จึงต้องการรักษามาตรฐานเดิมหรือทำให้ได้มากกว่าเดิม โดยทุกฝ่ายจะพยายามสนับสนุนนักกีฬาอย่างเต็มที่
กำหนดการเดินทางและการตรวจคลาสนักกีฬา
คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไทยมีกำหนดเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นล่วงหน้าในวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำของการบินไทย ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังเมืองนาโกยา จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน TG 8092 เวลา 09.00 น. และเที่ยวบิน TG 8094 เวลา 09.30 น. การเดินทางล่วงหน้าช่วยให้ทีมไทยมีเวลาเตรียมตัว ปรับสภาพร่างกาย และจัดการรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนการแข่งขัน
เหตุผลสำคัญที่ต้องเดินทางก่อนการแข่งขัน คือฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากทุกประเทศเข้าพักล่วงหน้า รวมทั้งต้องผ่านกระบวนการตรวจคลาสนักกีฬา ระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2569 การตรวจคลาสเป็นขั้นตอนสำคัญของกีฬาคนพิการ เพราะช่วยจัดกลุ่มนักกีฬาให้แข่งขันกับผู้ที่มีลักษณะความพิการและข้อจำกัดทางร่างกายใกล้เคียงกัน ทำให้การแข่งขันมีความยุติธรรมและเป็นไปตามกติกาสากล
หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจคลาส จะมีการแข่งขันบางชนิดกีฬาเริ่มขึ้นก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยวันที่ 16 ตุลาคม มีการแข่งขันแบดมินตัน ฟุตบอลคนตาบอด เทควันโด วีลแชร์บาสเกตบอล และวันที่ 17 ตุลาคม มีการแข่งขันโกลบอล ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2569
ความหวังของทัพพาราไทยในเวทีเอเชีย
เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งความสามารถของนักกีฬาและการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่การฝึกซ้อม การวางแผนด้านโภชนาการ การดูแลสภาพจิตใจ ไปจนถึงการประเมินคู่แข่งอย่างละเอียด นักกีฬาหลายคนผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว จึงมีประสบการณ์รับมือกับความกดดันและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
นอกจากจำนวนเหรียญรางวัลแล้ว การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ และทำให้สังคมเห็นถึงความมุ่งมั่นของคนพิการที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้ การสนับสนุนจากแฟนกีฬาชาวไทยจึงมีความหมายอย่างมาก เพราะเสียงเชียร์สามารถช่วยเติมพลังใจให้นักกีฬาตลอดเส้นทางการแข่งขัน
เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขบนตารางเหรียญ แต่เป็นเป้าหมายที่รวมความพยายามของนักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ และผู้สนับสนุนทุกฝ่ายเอาไว้ด้วยกัน หากทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทัพพาราไทยก็มีโอกาสสร้างผลงานที่น่าประทับใจและขยับอันดับบนตารางเหรียญได้อีกครั้ง
ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพพาราทีมชาติไทยทุกคน และติดตามผลการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกเหรียญรางวัลเกิดจากความทุ่มเทและความพยายามของนักกีฬาที่ไม่เคยยอมแพ้
ที่มา – เอเชียนพาราเกมส์ วางเป้ากวาด 27 ทอง ตรวจคลาส 13-15 ต.ค. ก่อนชิงชัย