เผย ‘เบน สมิธ’ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรม พบหลบหนีปี 68
คดีฉ้อโกงและฟอกเงินที่กำลังเป็นกระแสในวงการลงทุนกำลังมีพัฒนาการใหม่ล่าสุด เมื่อตำรวจกองปราบปรามบุกตรวจค้นและขอหมายจับนายเบน สมิธ วัย 47 ปี และน.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยาวัย 40 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและสมคบฟอกเงิน โดยพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า เบน สมิธ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรม เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่โอนเงิน สัญญาธุรกิจ ไปจนถึงครอบครองทรัพย์สินในไทย แต่ที่น่าตกใจคือทั้งคู่หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2568 หลังเกิดคดีเครือข่ายยิม เลียก – เฉินจื้อ – ก๊กอาน
เบน สมิธ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรม การเงินและธุรกิจทั้งหมด
จากข้อมูลที่ตำรวจเปิดเผย พบว่านายเบน สมิธมักใช้ชื่อภรรยาในการทำธุรกรรมการเงินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินเข้าออกบัญชี การเซ็นสัญญาลงทุน หรือแม้กระทั่งถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ภรรยาไม่เคยปรากฏตัวในการเจรจากับนักลงทุนหรือผู้เสียหายเลยสักครั้ง ทำให้เกิดคำถามถึงบทบาทที่แท้จริงของเธอในเครือข่ายนี้ การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามตัวตน
เบน สมิธ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรม ในคดีหุ้นพลังงานพันล้าน
คดีนี้เชื่อมโยงกับการหลอกลงทุนหุ้นพลังงานที่มีผู้เสียหายนับร้อยราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ตำรวจนายพ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพเจริญ สว.กก.3 บก.ป. ระบุว่าจากการสอบสวนพยาน 6 คนที่เกี่ยวข้อง พบว่ารู้จักเบน สมิธตั้งแต่ปี 2559 โดยชักชวนให้ร่วมลงทุนหุ้นพลังงาน และมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับบุคคลอื่นๆ คำให้การสอดคล้องกับหลักฐานที่ยึดได้ เช่น เส้นทางการเงินที่โอนไปยังผู้ต้องหา แม้พยานจะอ้างว่าเป็นธุรกรรมธุรกิจ แต่ตำรวจไม่เชื่อ และกำลังตรวจสอบเพิ่มเติม
การตรวจค้น 6 จุดในภาคกลาง สามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก โดยแยกจากทรัพย์สินที่ ปปง. ยึดก่อนหน้านี้ชัดเจน
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์
- เอกสารงบการเงิน รายรับ-รายจ่ายประจำปี
- ตราประทับบริษัทต่างๆ
- หลักฐานเส้นเงินโอนไปมาระหว่างพยานและผู้ต้องหา
ทั้งนี้ พยานทั้ง 6 รายยังไม่ถูกแจ้งข้อหา แต่หากพบความเชื่อมโยงเพิ่มเติม จะเรียกมารับทราบหรือออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย
ไทม์ไลน์หลบหนีของเบน สมิธและภรรยา
ข้อมูลสำคัญคือ เบน สมิธและภรรยาหลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งตรงกับช่วงที่ตำรวจเริ่มปิดวงในคดีเครือข่ายยิม เลียก – เฉินจื้อ – ก๊กอาน ทำให้การจับกุมล่าช้าออกไป ตำรวจกำลังประสานงาน Interpol เพื่อติดตามตัว โดยเชื่อว่าทั้งคู่อาจซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้านหรือยุโรป
คดีนี้ไม่เพียงเผยพฤติกรรม เบน สมิธ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรม เพื่อปกปิด แต่ยังสะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบการลงทุนที่นักลงทุนรายย่อยต้องระวัง โดยเฉพาะโครงการหุ้นพลังงานที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ที่ ปปง. กำลังสอบสวน โดยทรัพย์สินบางส่วนที่ยึดได้มาจากผลประโยชน์หลังก่อเหตุ ซึ่งจะถูกยึดเพื่อชดเชยผู้เสียหาย
คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน ควรตรวจสอบผู้ประกอบการให้ดี ใช้ช่องทางที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินโดยไม่รู้ที่มาที่ไป หากคุณเคยลงทุนกับเครือข่ายนี้ แนะนำให้แจ้งความและติดต่อตำรวจทันทีเพื่อสิทธิของตัวเอง ติดตามอัปเดตคดีได้ที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลใหม่ๆ
ที่มา – เผย ‘เบน สมิธ’ ใช้ชื่อเมียทำธุรกรรมการเงินทุกอย่าง พบเผ่นออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 68