“เบิร์กเชียร์” ซื้อยูไนเต็ดเฮลธ์ ลดหุ้นแอปเปิ้ล
บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้สร้างความฮือฮาในตลาดหุ้นอีกครั้ง! โดยในการยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ล่าสุด พบว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เบิร์กเชียร์ได้เข้าถือหุ้นจำนวน 5.04 ล้านหุ้นในบริษัทยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป (UnitedHealth Group) ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเบิร์กเชียร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยูไนเต็ดเฮลธ์กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน รวมถึงความไม่พอใจของประชาชนชาวอเมริกันเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขของประเทศ
หุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 30 หลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลงอย่างน่าใจหายถึง 46% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่สูงขึ้น ข่าวการถูกโจมตีทางไซเบอร์ และเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากการที่ไบรอัน ธอมป์สัน ซีอีโอของยูไนเต็ดเฮลธ์แคร์ ถูกลอบยิงเสียชีวิตในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เบิร์กเชียร์ประกาศเข้าถือครองหุ้น ราคาหุ้นของยูไนเต็ดเฮลธ์ก็ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 8.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการตัดสินใจของวอร์เรน บัฟเฟตต์
นอกจาก “เบิร์กเชียร์” จะเข้าซื้อหุ้น “ยูไนเต็ดเฮลธ์” แล้ว ยังมีการปรับพอร์ตการลงทุนที่น่าสนใจอื่นๆ อีกด้วย โดยเบิร์กเชียร์ได้เปิดเผยว่าได้ขายหุ้นบริษัทแอปเปิ้ล (Apple) ผู้ผลิต iPhone ชื่อดัง จำนวน 20 ล้านหุ้นในไตรมาส 2/2568 ทำให้การถือครองหุ้นในแอปเปิ้ลลดลงเหลือ 280 ล้านหุ้น นอกจากนี้ยังได้ลดการถือครองหุ้นในแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ลก็ยังคงเป็นบริษัทที่เบิร์กเชียร์ถือครองหุ้นมากที่สุดอยู่ดี
ในขณะเดียวกัน เบิร์กเชียร์ก็แสดงความมั่นใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยได้เพิ่มการลงทุนในบริษัทรับสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดเผยการเข้าถือหุ้นใหม่ในบริษัทดีอาร์ ฮอร์ตัน (DR Horton) และเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นในบริษัทเลนนาร์ (Lennar) อย่างมีนัยสำคัญ
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ทราบแน่ชัดว่าการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้งเป็นการตัดสินใจของบัฟเฟตต์เอง หรือเป็นการตัดสินใจของผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของเขาอย่างทอดด์ โคมส์ และเทด เวชเลอร์ หรือแม้แต่เกร็ก เอเบล ผู้ที่คาดว่าจะขึ้นเป็นซีอีโอในอนาคต แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ ราคาหุ้นของบริษัทนั้นๆ มักจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเบิร์กเชียร์ประกาศเข้าซื้อหุ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการรับรองจากบัฟเฟตต์ โดยหุ้นดีอาร์ฮอร์ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.42% และหุ้นเลนนาร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.02% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
“เบิร์กเชียร์” ดอดซื้อหุ้น “ยูไนเต็ดเฮลธ์”
การตัดสินใจของ “เบิร์กเชียร์” ในการเข้าซื้อหุ้น “ยูไนเต็ดเฮลธ์” และปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่นี้ส่งสัญญาณอะไรบ้างในตลาดทุน? นักลงทุนควรจับตาดูทิศทางของเบิร์กเชียร์อย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มักส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโลก
ทำไม “เบิร์กเชียร์” ถึงเลือก “ยูไนเต็ดเฮลธ์”?
การที่ “เบิร์กเชียร์” เข้าซื้อหุ้น “ยูไนเต็ดเฮลธ์” ในช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทาย อาจเป็นเพราะบัฟเฟตต์มองเห็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจประกันสุขภาพ หรืออาจมองว่าราคาหุ้นที่ตกลงมานั้นเป็นโอกาสในการเข้าซื้อในราคาที่เหมาะสม ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร การเข้ามาของเบิร์กเชียร์ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับยูไนเต็ดเฮลธ์อย่างแน่นอน
โดยสรุปแล้ว การเคลื่อนไหวของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ การลดสัดส่วนการถือครองหุ้นแอปเปิ้ล หรือการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ล้วนเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่เบิร์กเชียร์เลือกลงทุนด้วย
ที่มา – “เบิร์กเชียร์” ดอดซื้อหุ้น “ยูไนเต็ดเฮลธ์” แต่ลดถือครองหุ้น “แอปเปิ้ล”